SSD

10 สุดยอด SSD ยี่ห้อไหนดี ที่คุณต้องมีประจำปี 2021

สำหรับคนทำงานที่ต้องเผชิญกับการอ่านและบันทึกข้อมูลในปริมาณมาก ๆ หนึ่งในอุปกรณ์จำเป็นที่ต้องเพิ่มขีดความสามารถการทำงานของคอมพิวเตอร์คือ SSD ซึ่งเป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ที่มีประสิทธิภาพในการอ่านและเขียนข้อมูลได้รวดเร็ว เหมาะกับการงานที่ต้องการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ในปริมาณมาก เช่นการตัดต่อวิดีโอ ช่วยประหยัดเวลาทำงานมากขึ้น ตอบโจทย์ชีวิตเร่งรีบในปัจจุบันเป็นอย่างดี มาดูกันว่าหากต้องเลือก SSD สักอันจะมีแบรนด์ไหนบ้างที่น่าสนใจ

ลองมาดูกันว่า 10 อันดับSSD แต่ละแบรนด์จะมีจุดเด่นอะไรบ้างที่น่าสนใจ

1

Hikvision SSD E100 256GB SATA

ดูแลข้อมูลให้ปลอดภัยด้วยอิเล็กทรอนิกส์ชิป

Hikvision SSD E100 256GB เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยเช่น ชิปหน่วยความจำ NAND แบบสามมิติ, SLC Caching และ DRAM cache buffer เพื่อเพิ่มความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลอย่างมีเสถียรภาพ สามารถอ่านและเขียนข้อมูลได้รวดเร็วทันใจ เป็นชิปแบบ 3D NAND ที่มีขนาด 2.5 นิ้ว มาตรฐานพอร์ต SATA III 6 Gb/s ใช้งานหลากหลายได้ทั้งโน้ตบุ๊กและพีซี พื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาด 256GB ความเร็วสูงสุดในการอ่านข้อมูล 550 MB/s ความจุให้เลือกสูงสุดถึง 1TB


2

Western Digital Green SSD SATA 

SSD สำหรับมือใหม่ ราคาไม่แรง กินไฟต่ำ 

WD Green SSD SATA เป็นแบรนด์ยอดนิยมที่มีการพัฒนาคุณภาพมาเป็นเวลานาน มีความจุ 240GB ความเร็วในการอ่าน 540MB/s และเขียนอย่างต่อเนื่องสูงสุดถึง 405MB/s คุณภาพคุ้มค่า คุ้มราคา มีระบบที่ช่วยประหยัดไฟเพราะใช้ไฟหล่อเลี้ยงน้อยจึงทำให้แบตเตอรี่โน้ตบุ๊กใช้งานได้นานยิ่งขึ้น มาพร้อม WD Edition หรือโปรแกรมที่สามารถตรวจสอบว่าฮาร์ดไดรฟ์ทำงานปกติหรือไม่ ช่วยลดความกังวลในการใช้งานได้มากขึ้น


3

Western Digital Blue 500GB SATA3 SSD 2.5″ 3DNAND

อัปเกรดประสิทธิภาพเพื่อคนทำงานเร็ว อึด ถึก ทน

Western Digital Blue 500GB SATA3 SSD 2.5″ 3DNAND ใช้หน่วยความจำแฟลชแบบ 3D NAND ให้อายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า ความเร็วในการอ่านที่ 550MB/s และความเร็วในการเขียน 525MB/s เหมาะกับการใช้งานหนักอย่างการจัดการไฟล์วิดีโอหรืองานตัดต่อ รวมถึงการแต่งรูปภาพขนาดใหญ่ หรือการใช้งานหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน ช่วยให้ประหยัดเวลาทำงานมากขึ้น มีวางจำหน่ายในรุ่นความจุ 250GB, 500GB และ 1TB


4

Transcend SSD230S 512GB SATA III

โดดเด่นด้วยการรองรับอุปกรณ์ระบบปฏิบัติการที่หลากหลาย

Transcend SSD230S 512GB SATAIII มีความจุอยู่ที่ 512GB โดยที่สามารถอ่านข้อมูลได้ที่ความเร็ว 560 MB/s และเขียนข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 500 MB/s รองรับการใช้งานกับอุปกรณ์หลากหลาย ทั้งรุ่นที่ทำงานภายใต้ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows 7, Windows 8, Windows 10 ไปจนถึงระบบปฏิบัติการ Linux Kernel 2.6.31 และเวอร์ชันที่เก่ากว่า อุ่นใจมากขึ้นในการใช้งานและเคลมอุปกรณ์เมื่อเสียหายด้วยระยะเวลาการรับประกันการทำงานสูงสุดถึง 5 ปี

5

Crucial MX500 SSD 1TB

อ่านเขียนข้อมูลปลอดภัย ลื่นไหล ไม่สะดุด

Crucial SSD MX500 ออกแบบให้มีความเร็วในการเขียนและอ่านข้อมูลแบบลื่นไหล ด้วยเทคโนโลยี 3D TLC NAND flash แบบ 64 ชั้น ป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลเป็นอย่างดี มาพร้อม Dynamic Write Acceleration ที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการทำงาน ความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลสูงถึง 510- 560MB/sสามารถปรับแต่งพื้นที่ภายในได้ มาพร้อมความจุขนาด 1TB และการเชื่อมต่อแบบ SATA 6Gbps เหมาะสำหรับนำไปเปลี่ยนแทนฮาร์ดไดรฟ์ตัวเก่า เพื่อให้คอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

6

Gigabyte SATA 240GB SSD

SSD จากแบรนด์เมนบอร์ดยอดนิยม ความจุ 120GB คุ้มค่า ราคาประหยัด

GIGABYTE SATA 240 GB SSD ผลิตจากวัสดุภายนอกคุณภาพดี คุ้มค่า ด้วยความเร็วการอ่านที่ 500 MB/s และเขียนที่ 420 MB/s ซึ่งเป็นประสิทธิภาพการอ่านและเขียนข้อมูลที่เพียงพอต่อการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เร็วขึ้น หรือใช้งานโปรแกรมต่างๆได้เร็วขึ้น เหมาะกับการใช้เพิ่มประสิทธิภาพของโน้ตบุ๊กหรือพีซีเก่า ความจุ 120GB ขนาด 2.5 นิ้ว ทำให้สามารถเปิดเครื่องรวดเร็ว ตอบโจทย์การดูหนังแบบสตรีมมิงได้

7

SanDisk 480GB SSD Plus 2.5″ SATA3.0

ทำงานรวดเร็วได้ใจ เหมาะกับสายเกม สายมัลติมีเดีย

SanDisk 480GB SSD Plus 2.5″ SATA3.0 มอบความรวดเร็วในการอ่านข้อมูลสูงสุดถึง 535MB/s2 เขียนได้รวดเร็วถึง 445 MB/s มีในรุ่น 120GB, 240GB และ 480GB เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้นให้คอมพิวเตอร์ที่มี มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการจัดเก็บข้อมูลประเภทสื่อต่าง ๆ และแอปพลิเคชัน อาทิ รูปภาพ วิดีโอ เพลงและเกมได้มากขึ้นและอ่านได้เร็วขึ้น พร้อมเทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลช TLC NAND และ SLC ที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลได้ทันใจ

8

Seagate Barracuda SATA III SSD

ราคาดี เชื่อมต่อได้ทุกแบบ หมดปัญหาจุกจิกกวนใจ

Seagate Barracuda SATA III SSD ขนาด 2.5 นิ้ว พร้อมกับหน่วยความจำแฟลชแบบ 3D QLC NAND ทำให้มีประสิทธิภาพในการอ่านและเขียนที่มีเสถียรภาพ เหมาะสำหรับสายแข็ง สายทำงานที่พร้อมลุยงานทุกประเภท รวมไปถึงการเก็บไฟล์ เพียงแค่เชื่อมต่อเข้ากับสล็อต SATAIII ของคอมพิวเตอร์ก็ใช้งานได้ทันที ให้ความเร็วในการเขียนข้อมูลสูงถึง 560 MB/s ความเร็วในการอ่านสูงถึง 540 MB/s สามารถดาวน์โหลดหนัง 4K หรือเกมได้

9

HP S700

SSD ประหยัดพลังงาน ไม่กินไฟในแบตเตอรี่

HP S700 เป็น SSD ขนาด 250GB แบบ SATAIII ไซส์ 2.5 นิ้ว ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาง่าย เหมาะกับการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลและประสิทธิภาพความเร็วในการใช้งานให้คอมพิวเตอร์ ให้ความเร็วในการอ่านข้อมูลสูงสุด 555 Mbps และเขียนข้อมูลเร็วสุด 515 Mbps ช่วยประหยัดการใช้พลังงานของระบบได้อย่างมาก ช่วยให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น ทำงานเร็ว ทนทานต่อการกระแทก ให้คอมพิวเตอร์ทำงานในอุณหภูมิที่ต่ำลงและแทบจะไม่มีเสียงรบกวน

10

Samsung 870 QVO SATA3 6GB/s 2.5″ SSD

SSD ความจุสูง ทำงานไว ถูกใจคนใจร้อน

Samsung 870 QVO ขนาด 2.5 นิ้ว เป็นชิป 4-bit (quad-level cell – QLC) ให้ความจุสูงพร้อมราคาจับต้องได้ ความจุมีให้เลือกที่ 1TB, 2TB, 4TB และ 8TB สามารถเก็บข้อมูลได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊ก สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานทั่วไปที่ยังรองรับแค่ SATA ได้แต่ต้องการความเร็วระดับ SSD พร้อมเทคโนโลยี TurboWrite ทำให้มีความเร็วในการอ่านและเขียน อยู่ที่ 560 และ 530 MB/s รับประกันสูงสุด 3 ปี

วิธีการเลือกซื้อSSD

  • งบประมาณ SSD เป็นอุปกรณ์การจัดเก็บข้อมูลที่ยังคงมีราคาสูงเมื่อเทียบกับพื้นที่เก็บข้อมูลและราคาของ HHD เพื่อความคุ้มค่าควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานและพื้นที่เก็บข้อมูลที่ต้องการ อาจจะพิจารณาการใช้ควบคู่กันไปกับ HHD เพื่อความคุ้มค่าสูงสุด
  • ความจุของ SSD ควรเลือกขนาดความจุของหน่วยความจำของ SSD ที่เหมาะสมกับการใช้งานความจุของ SSD จะมีตั้งแต่ 120GB (Gigabyte) ไปจนถึงความจุสูงสุดในระดับ 1 หรือ 2TB (Terabyte) ยิ่งขนาดใหญ่มากขึ้นเท่าไหร่ ความจุก็จะมากขึ้นตามลำดับ ควรเลือกซื้อขนาดให้มากกว่าพื้นที่ที่คุณต้องการเก็บข้อมูลพอประมาณเพื่อรองรับการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมได้เมื่อจำเป็น การเลือกความจุที่น้อยหรือพอดีเกินไปทำให้อาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการซื้อ SSD เพิ่มเติม แต่หากซื้อรุ่นที่มีความจุมากเกินไป ก็จะทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากไปโดยไม่จำเป็นเพราะ SSD จะมีราคาแพงกว่าฮาร์ดดิสก์ทั่วไป 
  • ความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูล ควรตรวจสอบความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลก่อนการตัดสินใจ โดยปกติความเร็วพื้นฐานอยู่ที่ประมาณ 500 MB/s ซึ่งเป็นมาตรฐานความเร็วโดยทั่วไปของ SSD ในปัจจุบัน เพียงพอที่จะใช้งานอย่างการจัดการไฟล์วิดีโอ เขียนและอ่านไฟล์ได้อย่างรวดเร็ว หรือใช้เล่นเกมทั่วไปได้  อย่างไรก็ดีบางยี่ห้อมีตัวเลือกราคาประหยัดที่มีความเร็วไม่มากให้กับผู้ซื้อ ราคาก็จะประหยัดลงไป แต่อาจจะใช้เวลาในการอ่านและเขียนไฟล์ใหญ่ ๆ ไม่เร็วเท่า SSD ที่มีความเร็วสูง แต่สามารถทำงานพื้นฐานทั่วไปได้ จึงควรพิจารณาการใช้งานเพื่อตัดสินในเลือกซื้อให้ถูกต้อง 
  • การรับประกัน SSD เป็นอุปกรณ์มีอายุการใช้งานค่อนข้างยาวนาน โดยระยะเวลาการรับประกันในเบื้องต้นจากผู้ผลิตควรจะมีระยะเวลาตั้งแต่ 3 ปีเป็นต้นไป บางยี่ห้ออาจให้การรับประกันนานถึง 5 ปี ทั้งนี้ก่อนการเลือกซื้อควรอ่านเงื่อนไขการรับประกันอย่างละเอียดเพราะความเสียหายบางอย่างก็ไม่อยู่ในเงื่อนไขรับประกันจากผู้ผลิต เช่น ความเสียหายจากไฟฟ้ากระชากหรือลัดวงจร อุบัติเหตุต่างๆหรือการใช้งานผิดวิธี

คำถามที่พบบ่อยของSSD

SSD มาจากชื่อภาษาอังกฤษว่า Solid-State Drive เป็นอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์ เช่นเดียวกันกับ HDD (Hard Disk Drive) แต่มีหลักการทำงานแตกต่างกัน HDD จะทำการเขียนและอ่านข้อมูลลงบนจานแม่เหล็กหรือแผ่นดิสก์แข็งต่อเนื่องตามลำดับเวลา ส่วน SSD จะมีวิธีการอ่านและเขียนข้อมูลลงบนเซลล์โดยมีลักษณะเป็นบล็อกภายในชิปวงจรรวม ในหน่วยความจำชั่วคราวหรือ Flash Memory ในปัจจุบันSSD เป็นที่นิยมมากเพราะสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วกว่า HHD หลายเท่า ทำให้สามารถเปิดปิดเครื่องอย่างรวดเร็ว ทำให้ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ในเครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น มีขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา ทนความร้อนได้ดี กินไฟน้อย ช่วยยืดชั่วโมงการทำงานของแบตเตอรี่ในคอมพิวเตอร์พกพา สามารถทนต่อแรงกระแทกได้มากกว่า HHD จึงพกพาได้สะดวกมากขึ้น นอกจากนี้กลไกการทำงานของ SSD ไม่ต้องใช้จานหมุน คอมพิวเตอร์จึงทำงานได้อย่างไม่มีเสียงรบกวน อย่างไรก็ตาม SSD มีข้อจำกัดคือ อายุการใช้งานน้อยกว่า HHD ถึงเท่าตัว ไม่สามารถเขียนข้อมูลซ้ำได้หลายครั้งเท่า HHD และราคายังสูงเมื่อเทียบกับพื้นที่เก็บข้อมูล จึงเหมาะกับการติดตั้งในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเพิ่มความเร็วแต่หากต้องการเก็บข้อมูลมาก ๆ เป็นเวลานาน ควรเลือก HHD มาใช้งานควบคู่ไปด้วย เพื่อเสริมจุดเด่น ลดข้อบกพร่อง ทำให้การใช้งานเป็นไปด้วยประสิทธิภาพสูงสุด

SSD มีให้เลือกหลากหลายประเภทตามลักษณะการใช้งาน ดังนี้ 

  • SSD SATA ขนาด 2.5นิ้ว เป็นที่นิยมอย่างสูงในปัจจุบัน ใช้กันทั่วไป และใช้งานได้หลากหลาย มีหลายขนาดตั้ง 16GB ขึ้นไป แต่ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเลือกใช้ที่ความจุเริ่มต้นที่ 120GB ขนาดเพียง 2.5นิ้ว ทำให้สามารถติดตั้งในโน้ตบุ๊กได้ด้วย
  • SSD mSATA มีขนาดเล็กกว่าชนิด SATA นิยมใช้บนอุปกรณ์แบบพกพาที่มีขีดจำกัดของพลังงาน เพื่อประหยัดแบตเตอรี่ เช่น แท็บเล็ต
  • SSD M.2 SATA มีขนาดเล็กกว่า mSATA แต่ประสิทธิภาพสูงกว่า ช่วยให้การทำงานของคอมพิวเตอร์ประหยัดการใช้พลังงานมากขึ้น มักจะถูกใช้ในโน้ตบุ๊กและคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง
  • SSD M.2 NVMe หรือ Non-Volatile Memory Express มีความเร็วในการอ่านและเขียนที่มีประสิทธิภาพสูง เพราะใช้เทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลจาก SSD กับ CPU โดยตรง มักจะใช้ในอุปกรณ์ระดับสูงหรือในองค์กร

แหล่งอ้างอิง

https://web.archive.org

http://www.rmutphysics.com

Scroll to Top