Android box

10 สุดยอดAndroid box ยี่ห้อไหนดี ที่คุณต้องมีประจำปี 2021

ในเวลาพักผ่อนหลายๆ คนเลือกที่จะอยู่บ้านนอนดูโทรทัศน์ไปเรื่อยๆ ซึ่งโทรทัศน์ในปัจจุบันก็หลากหลายรูปแบบสำหรับการรับชม ซึ่งโทรทัศน์ที่ตอบสนองความต้องการของยุคปัจจุบันมากที่สุดคงหนีไม่พ้น Android TV ซึ่งหลายคนอาจไม่สะดวกในการซื้อ Android TV มาใช้งาน ทำให้ Android box หรือกล่องทีวี Android ที่สามารถทำงานได้เหมือน Android TV ได้เป็นตัวเลือกที่ถูกนำมาใช้แทนนั่นเอง มาลองดูกันว่าในปี 2021 นั้นมี Android box รุ่นไหนบ้างที่ควรมีไว้ใช้งาน

ลองมาดูกันว่า 10 อันดับAndroid box แต่ละแบรนด์จะมีจุดเด่นอะไรบ้างที่น่าสนใจ

1

MI BOX S 4K Ultra (MI BOX 4)

ใช้งานง่ายด้วยเมนูภาษาไทย

สำหรับ MI BOX S 4K Ultra (MI BOX 4)  เป็น Android box รุ่นที่ได้รับความนิยมมากของ Xiaomi ซึ่งจุดเด่นของกล่องรุ่นนี้คือมีเมนูภาษาไทย รวมถึงรองรับการสั่งงานด้วยเสียงเป็นภาษาไทยทำให้มีความสะดวกในการใช้งานมากยิ่งขึ้น ระบบปฏิบัติการที่ใช้คือ Android 8.1 Oreo รองรับ Chromecast และ Google Assistant เชื่อมต่อเครือข่ายได้ด้วย Wi-Fi / Bluetooth 4.2 นอกจากนี้ยังมี Port HDMI 2.0a, USB 2.0, 3.5mm Audio เพื่อให้สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆได้อย่างครบถ้วน


2

TrueID TV Android TV Box

ครบครันความบันเทิงจากผู้ให้บริการรายใหญ่

TrueID TV Android TV Box นั้นเป็น Android box จาก True ผู้ให้บริการด้านการสื่อสารรายใหญ่ของไทย ทำให้สามารถรับชมความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างครบครันด้วยช่อง TrueID และ True Point ที่มีเพิ่มมาให้จากช่องปกติ โดยกล่องรุ่นนี้ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 รองรับ Chromecast สามารถ Download แอปพลิเคชันเพิ่มเติมจาก Google Play Stores รองรับการสั่งงานด้วยเสียง สามารถดูรายการย้อนหลังได้ถึง 7 วันสำหรับบางรายการ


3

Himedia 4K A5

มีเสาเฉพาะเพื่อให้รับสัญญาณ Wi-Fi ได้ชัดเจน

สำหรับ Himedia 4K A5 เป็น Android box อีกหนึ่งรุ่นที่เหมาะกับการเลือกหามาใช้งาน กล่องรุ่นนี้ใช้ Android 6.0 มาพร้อม RAM 2 GB หน่วยความจำ 16 GB ทำงานได้ไหลลื่นด้วย Octa core ARM Cortex-A53 2GHz ให้ความละเอียดของภาพได้สูงสุดที่ระดับ 4K สามารถเชื่อมต่อกับโทรทัศน์รุ่นเก่าได้ด้วย AV Port เชื่อมต่อเครือข่ายด้วย Wi-Fi ระบบ Dual Band มีเสารับสัญญาณ Wi-Fi  โดยเฉพาะทำให้รับสัญญาณได้ดีมากยิ่งขึ้น


4

TX6 Allwinner H6

เพิ่มประสิทธิภาพด้วยระบบปฏิบัติการ Android 9.0

TX6 Allwinner H6 เป็น Android box ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 ซึ่งเรียกว่าเป็นรุ่นที่ค่อนข้างใหม่เลยทีเดียว กล่องรุ่นนี้ใช้ CPU All winner H6 Quad core up to 1.5GHz พร้อม RAM 4GB และ ROM 32GB รองรับการเล่นวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 4K UltraHD และ FullHD 1080P รองรับไฟล์ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็น AVI,MKV, Fullrip หรือไฟล์ประเภทอื่นๆ การเชื่อมต่อเครือข่ายใช้ระบบ Wi-Fi 2.4Ghz สำหรับการใช้งานสามารถทำได้สะดวกด้วยเมนูภาษาไทย และแป้นพิมพ์ภาษาไทย

5

H96 MAX

Android box ที่คุณภาพเหนือราคา

สำหรับ H96 MAX นั้นเรียกได้ว่าเป็น Android box อีกหนึ่งรุ่นที่ถูกออกแบบมาอย่างเรียบง่าย แต่ครบครันทุกรูปแบบในการใช้งาน ด้วยระบบปฏิบัติการ Android 9.0 / CPU Rockchip RK3318 Quad Core 64 bit Cortex A53 RAM: 4GB DDR3 ROM: 32GB ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหล ดูหนัง 4K รวมไปถึงใช้งาน Application ต่างๆ ไม่กระตุกอย่างแน่นอน รองรับไฟล์ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นไฟล์วิดีโอ หรือเพลง เชื่อมต่อเครือข่ายได้ด้วย Dual Band Wi-Fi / Bluetooth 4.0

6

X96 Air Android Box

มาพร้อม User Interface ที่ใช้งานได้ง่าย

ถ้าจะกล่าวถึง Android Box ที่มีการออกแบบ User Interface (UI) เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่ายนั้น X96 Air Android Box จัดว่าเป็นกล่องอีกหนึ่งรุ่นที่ตอบโจทย์เรื่องความง่ายในการใช้งาน รองรับการใช้งานเมนูภาษาไทย พร้อมหน้าจอแสดงสถานะระหว่างทำงาน กล่องรุ่นนี้ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 มาพร้อม CPU Amlogic S905X3 64-bit quad core ARM® Cortex™ A55 CPU หน่วยความจำภายใน 64 GB เชื่อมต่อเครือข่ายได้ด้วย Wi-Fi 2.4G/5G และ Bluetooth 4.0

7

Infosat OTT-S168

ก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วย Android 10.0

สำหรับ Infosat OTT-S168 เป็น Android Box อีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมาก เนื่องจากกล่องรุ่นนี้ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 10.0 ทำให้การทำงานนั้นมีความเสถียรมากยิ่งขึ้น รองรับการเชื่อมต่อกับ Google Assistant ทำให้สามารถสั่งงานด้วยเสียงได้ นอกจากนี้ยังรองรับความละเอียดสูงสุดที่ 4K HDR 30fps การใช้งานด้วยรีโมทสามารถกดสั่งได้ไม่ว่าเป็นที่กล่อง หรือที่เครื่องโทรทัศน์ ด้วยระบบ IR Learning เชื่อมต่อเครือข่ายได้ด้วย Wi-Fi 2.4 GHz

8

T95Q Android smart TV box

Android Box ทรงกลมที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

T95Q Android smart TV box เป็น Android Box ที่ออกแบบมาเป็นทรงกลมทำให้มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร กล่องรุ่นนี้ใช้ ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 CPU Amlogic905 x 2Quadcore cortex-A53 / GPU ARM Davlin MP2 ส่วนหน่วยความจำภายในนั้นใช้เป็น RAM 4 GB / ROM 64GB สามารถรองรับการใช้งานเมนูภาษาไทยได้ เชื่อมต่อเครือข่ายได้ด้วย Wi-Fi 2.4 GHz  / 5 GHz  และยังเชื่อมต่อเมาส์ และคีย์บอร์ดผ่านด้วย USB dongle 2.4GHz

9

GMM Z STREAM 4.0

ทำงานอย่างรวดเร็วไม่มีสะดุดด้วย Quad-Core CPU

กล่อง Android Box GMM Z STREAM 4.0 เป็นกล่องอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากกล่องนี้ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานเพื่อความบันเทิงสำหรับผู้ชมชาวไทยโดยเฉพาะ มี Application ที่ตอบสนองความต้องการต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ใช้ CPU AMLOGIC S905W แบบ Quad-Core ที่จะทำให้ตัวกล่องทำงานได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีสะดุด พื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในสูงถึง 16 GB สามารถรองรับความละเอียดภาพระดับ UHD 4K / 60fps เชื่อมต่อเครือข่ายได้ด้วย Dual Band Wi-Fi 2.4G/5G

10

XIAOMI MI BOX 3

รองรับทุกรูปแบบการเชื่อมต่อ

สำหรับ XIAOMI MI BOX 3 เป็น Android Box อีกหนึ่งรุ่นที่สามารถทำทีซุกอย่างได้เหมือน Android TV โดยกล่องรุ่นนี้ใช้ ระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Oreo มาพร้อม CPU AMLOGIC Quad core Cortex-A53 up to 2.0 GHz ใช้ GPU Mali 450 750MHz และ RAM: 2GB DDR3 หน่วยความจำภายใน 8 GB จุดเด่นอีกหนึ่งอย่างคือการรับคำสั่งด้วยเสียงจากปุ่ม Mic บนรีโมท รองรับภาพความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K มีเมนูภาษาไทย ใช้งานร่วมกับ Google Assistant และ Chromecast ได้

วิธีการเลือกซื้อAndroid Box

  • เลือกจากรูปแบบการใช้งาน การเลือก Android Box มาใช้งานนั้นสิ่งแรกที่ควรนำมาพิจารณาคือรูปแบบการใช้งานของผู้ใช้นั่นเอง ซึ่ง Android Box นั้นมีหลากหลายรูปแบบการใช้งาน ถ้าต้องการเพียงแค่ Online สำหรับการดูหนัง ฟังเพลง แบบธรรมดาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อ Android Box แต่ถ้าต้องการใช้งานอื่นๆ รวมไปถึงการดูหนังในรูปแบบ 4K ก็ควรเลือก Android Box ที่มีคุณภาพสูงมากขึ้น ดังนั้นการเลือก Android Box ควรเลือกจากรูปแบบการใช้งานเป็นอันดับแรก 
  • เลือกจาก RAM สำหรับ Android Box นั้นมีการทำงานคล้ายกับว่าเป็นคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง ดังนั้นการเลือกมาใช้งานต้องคำนึงถึงขนาดของ RAM ที่ติดตั้งมาภายในกล่องด้วย Android Box นั้นมี RAM มาให้ตั้งแต่ 1 – 4 GB แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น ถ้าซื้อมาเพื่อการใช้งานในรูปแบบของการดูหนัง ฟังเพลงธรรมดา RAM เพียงแค่ 1 – 2 GB ก็สามารถตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดีแล้ว แต่ถ้าต้องการความลื่นไหลของการทำงานที่มากขึ้นก็สามารถเลือก Android Box ที่มีขนาด RAM 4 GB ส่วนพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในนั้น Android Box ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 8 GB ซึ่งเรียกได้ว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานแบบปกติ แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้งานจัดเก็บข้อมูลเป็นจำนวนมาก หรือใช้หลาย Application ควรเลือก Android Box ที่มีพื้นที่จัดเก็บภายใน 16 GB ขึ้นไป 
  • เลือกจากการเชื่อมต่อ การเชื่อมต่อเครือข่ายของ Android Box นั้นมาตรฐานจะสามารถเชื่อมต่อได้ด้วย Wi-Fi และ LAN ซึ่งการเชื่อมต่อที่เสถียรมากที่สุดคือการเชื่อมต่อด้วยสาย LAN นั่นเอง แต่การเชื่อมต่อด้วย Wi-Fi จะมีความสะดวกมากกว่า นอกจากนี้ยังควรคำนึงถึงการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ อย่างเช่นเมาส์ และคีย์บอร์ดด้วย ซึ่งการเชื่อมต่ออุปกรณ์เหล่านั้นจะเชื่อมต่อผ่าน Port USB ประเภทต่างๆ 
  • เลือกจาก Application การนำ Android Box นั้นจุดประสงค์หลักคือการใช้งาน Application ต่างๆ เพื่อเปลี่ยนจากโทรทัศน์ธรรมดาให้กลายเป็น Android TV ดังนั้นตัวกล่องที่จะนำมาใช้ต้องสามารถรองรับ Application ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพื้นฐานอย่าง Youtube, Netflix, Google play หรือสามารถใช้งานร่วมกับ Google Assistant และ Chromecast ได้ก็จะช่วยให้  Android Box สามารถตอบสนองการใช้งานได้เหมือน Android TV มากที่สุดนั่นเอง 
  • เลือกจากราคา การเลือก Android Box นั้นเรื่องของราคาก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะกล่องเหล่านี้มีหลากหลายราคา หลากหลายคุณภาพ การเลือก Android Box ที่มีราคาสูงเกินไปก็อาจจะเป็นสิ่งสิ้นเปลืองเนื่องจากรูปแบบการใช้งานของเราไม่จำเป็นต้องใช้กล่องที่มีคุณภาพขนาดนั้น หรือการเลือก Android Box ก็อาจจะทำให้การใช้งานติดขัด ไม่สามารถใช้งานได้ตรงตามความต้องการเนื่องจากกล่องไม่สามารถตอบสนองได้ ดังนั้นการเลือก Android Box ควรเลือกกล่องที่ราคาเหมาะสม และตรงกับความต้องการในการใช้งานมากที่สุดนั่นเอง 
  • เลือกจากการรับประกัน และบริการหลังการขาย สำหรับการใช้งาน Android Box เชื่อได้เลยว่าต้องมีปัญหาเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะอุปกรณ์ประเภทนี้เป็นอุปกรณ์ที่ต้องอาศัยความเข้าใจในการใช้งานพอสมควรสำหรับการเริ่มต้น ดังนั้นเมื่อมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน หรือความบกพร่องของอุปกรณ์ ผู้ผลิตควรจะสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ให้เราได้ ดังนั้นการเลือก Android Box ควรเลือกแบรนด์ที่มีการรับประกัน รวมถึงบริการหลังการขายที่จะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ จากการใช้งานให้กับเราได้

คำถามที่พบบ่อยของAndroid Box

Widevine DRM นั้นคือระบบรับรองมาตรฐานลิขสิทธิ์ของ Google ที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องลิขสิทธิ์ให้กับผู้ผลิตสื่อประเภทต่างๆ ที่เป็น Digital เช่น ภาพยนตร์ ซีรีส์ เพลง และวิดีโอ จากอุปกรณ์ใช้งานด้วยระบบ Android นั่นเอง ดังนั้นการเลือก Android Box ที่มีมาตรฐาน Widevine DRM ระดับ L1 จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถรับชม Digital Content ต่างๆ ที่มีลิขสิทธิ์ได้ โดยเฉพาะการรับชม Netflix ด้วยความคมชัดระดับ HD ขึ้นไปนั่นเอง

สำหรับระบบปฏิบัติการ Android ที่มีใช้อยู่ใน Android Box นั้นในปัจจุบันที่ได้รับความนิยมจะเป็น Android 6.0 ไปจนถึง Android 10.0 ซึ่งสามารถใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหาสำหรับการดูหนัง ฟังเพลงทั่วไป แต่ถ้าต้องการใช้งาน Application บางตัวนั้นจำเป็นที่จะต้องใช้ Android 7.1 ขึ้นไป

สำหรับปัญหานี้เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่หลายคนสงสัยมากว่าทำไม 4K แต่ภาพไม่ชัด ภาพแตก ไม่ลื่นไหล คำตอบของปัญหานี้นั้นไม่ได้อยู่ที่ Android Box แต่คำตอบอยู่ที่โทรทัศน์ต่างหาก ถึงแม้ว่ารายการต่างๆ ที่รับชมนั้นจะถ่ายทำมาในรูปแบบ 4K และ Android Box สามารถรองรับความละเอียดในระดับ 4K ได้ แต่ถ้าโทรทัศน์ของเราไม่สามารถรองรับ 4K ภาพที่ออกมาก็จะไม่ได้คุณภาพ 4K นั่นเอง ทางออกปัญหานี้คือถ้าต้องการภาพระดับ 4K จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องรับโทรทัศน์ใหม่นั่นเอง

แหล่งอ้างอิง

https://www2.si.mahidol.ac.th

https://research.rmutsb.ac.th

http://dspace.bu.ac.th

Scroll to Top