แปรงสีฟันไฟฟ้า

10 สุดยอดแปรงสีฟันไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ที่คุณต้องมีประจำปี 2021

การแปรงฟันนั้นเรียกได้ว่าเป็นกิจวัตรประจำวันที่ควรทำเป็นประจำทุกวัน เพราะว่าการแปรงฟันคือการทำความสะอาดฟัน และช่องปาก เพื่อช่วยให้ร่างกายสุขภาพดี ไม่มีโรคในช่องปาก และยังเป็นการสร้างบุคลิกที่ได้อีกด้วย อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการแปรงฟันนั่นคือแปรงสีฟัน ซึ่งได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเป็นแปรงสีฟันไฟฟ้า เพื่อความสะดวก และประสิทธิภาพในการใช้งาน

ลองมาดูกันว่าแปรงสีฟันไฟฟ้ารุ่นไหนที่ควรมีประจำปี 2021

1

Oral-B Braun Vitality

ยอดขายอันดับ 1 ของแบรนด์ด้วยคุณภาพที่ดีที่สุด

สำหรับ Oral-B Braun Vitality นั้นเป็นแปรงสีฟันไฟฟ้าจาก Oral-B แบรนด์ระดับโลกที่ได้รับความนิยมเป็นวงกว้าง ซึ่งแปรงรุ่นนี้คือรุ่นที่ขายดีที่สุด เพราะว่ามีเทคโนโลยี 2D และระบบทำความสะอาดแบบ Daily clean สามารถหมุนได้สูงสุดถึง 7,600 รอบ / นาที นอกจากนี้ยังช่วยให้แปรงฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยระบบการแจ้งเตือนเมื่อแปรงฟันครบ 2 นาที และยังใช้งานได้ง่ายด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว 


2

Sparkle Sonic Triple Active SK0373

ขจัดคราบต่างๆ ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยพลังการสั่น

Sparkle Sonic Triple Active SK0373 เป็นแปรงสีฟันไฟฟ้าที่ถูกออกแบบมาเพื่อขจัดคราบต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยหัวแปรงที่สามารถหมุนได้สูงสุด 40,000 ครั้ง / นาที และระบบการสั่นเพื่อขจัดคราบพลัค และคราบหินปูนที่ฝังแน่น ด้วยระบบเหล่านี้รวมไปถึงขนแปรงที่เรียวนุ่มทำให้แปรงรุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ที่จัดฟัน / มีปัญหาเรื่องเหงือก และผู้ที่มีอาการเสียวฟัน


3

Philips Sonicare ProtectiveClean 4100

เพิ่มพลังในการขจัดหินปูนมากถึง 7 เท่า ด้วยเทคโนโลยี Sonicare

สำหรับ Philips Sonicare ProtectiveClean 4100 เป็นแปรงสีฟันที่ถูกออกแบบให้มีรูปลักษณ์สวยงาม หรูหรา แต่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพในการทำความสะอาดช่องปากด้วยเทคโนโลยี Sonicare ที่สามารถขจัดคราบหินปูนได้มากกว่าปกติถึง 7 เท่า มีระบบ Smartimer ที่จะแจ้งเตือนเมื่อแปรงฟันครบ 2 นาที รวมไปถึงระบบการเตือนเมื่อแปรงฟันแรงเกินไปเพื่อให้เกิดอาการบาดเจ็บของเหงือก แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานถึง 14 วัน


4

Xiaomi Mijia Toothbrush T100

ทนทาน ทันสมัย แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 

เป็นที่รู้กันดีในปัจจุบันว่าแบรนด์ Xiaomi นั้นมีผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทันสมัยหลากหลายประเภท ซึ่งแปรงสีฟันไฟฟ้า Xiaomi Mijia Toothbrush T100 ก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน โดยแปรงรุ่นนี้สามารถสั่นได้สูงสุด 16,500 ครั้ง / นาที พร้อมระบบ Ultra Sonic ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดช่องปาก และฟันได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญเมื่อแบตเตอรี่ชาร์จไฟเต็มที่สามารถใช้งานได้ถึง 30 วันเลยทีเดียว  

5

Colgate ProClinical 150

ใช้งานง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ

สำหรับ Colgate ProClinical 150 เป็นแปรงสีฟันไฟฟ้าจาก Colgate ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลกในเรื่องสุขภาพของช่องปาก โดยแปรงรุ่นนี้มีจุดเด่นในเรื่องการใช้งานที่สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ไม่มีระบบซับซ้อน แต่สามารถจัดการกับเรื่องความสะอาดของปาก และฟันได้เป็นอย่างดี ด้วยจำนวนรอบในการสั่น 20,000 ครั้ง / นาที พร้อมระบบทำความสะอาดหลายทิศทาง ส่วนพลังงานนั้นใช้ถ่านแบบ AAA จำนวน 1 ก้อน

6

Realme M1 Sonic Electric Toothbrush

ขจัดได้ทุกครบจากพลังการสั่น 34,000 ครั้ง / นาที 

Realme M1 Sonic Electric Toothbrush เป็นแปรงสีฟันไฟฟ้าที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน สามารถขจัดคราบต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยมอเตอร์โซนิคความถี่สูงที่สั่นได้มากถึง 34,000 ครั้ง / นาที นอกจากนี้ยังมีระบบต่างๆ เพื่อให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และความสะดวกด้วยหัวแปรงขนาด 3.5mm และขนแปรงโค้งมน 98% ซึ่งขนแปรงจะเปลี่ยนสีเพื่อเตือนเมื่อถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนหัวแปรง

7

Xiaomi Soocas X5

ที่สุดของความทันสมัย ควบคุมได้ด้วย Application 

Xiaomi Soocas X5 เป็นแปรงสีฟันไฟฟ้าอีกหนึ่งรุ่นของ Xiaomi ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีอันทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อเพื่อควบคุมการทำงานด้วย Application อีกทั้งยังมีฟังก์ชันการแปรงฟันมาให้ถึง 12 แบบ พร้อมหัวแปรง 2 ชนิด สามารถสร้างการสั่นสะเทือนจากคลื่นความถี่สูงได้มากถึง 37,200 ครั้ง / นาที มีระบบ ทนทานด้วยมาตรฐานกันน้ำ และฝุ่นระดับ IPX7 มีระบบแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนหัวแปรงด้วยระบบ NFC

8

Orail-B Cars

แปรงสีฟันไฟฟ้าสำหรับคุณหนูๆ 

Orail-B Cars เป็นแปรงสีฟันไฟฟ้าสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ด้วยจุดเด่นที่ตัวแปรงออกแบบตามคาแรคเตอร์ของตัวละครจากภาพยนตร์เรื่อง Cars ของ Disney เพื่อให้คุณหนูๆ รู้สึกสนใจ และสนุกสนานกับการแปรงฟันมากกว่าเดิม แปรงรุ่นนี้มาพร้อมกับหัวแปรงขนาดเล็ก Kids Brush Head 2 refills ที่เหมาะสมกับสรีระช่องปากของเด็ก พร้อมระบบทำความสะอาดแบบ 2D ที่มีการสั่น และหมุนไปพร้อมกัน รวมไปถึงขนแปรงที่อ่อนนุ่มเป็นพิเศษเพื่อปกป้องช่องปากนั่นเอง

9

Wise Smart Sonic

แปรงสีฟันไฟฟ้าราคาประหยัด แต่ทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก 

สำหรับ Wise Smart Sonic เป็นแปรงสีฟันไฟฟ้าที่มีราคาไม่สูง แต่ยังครบครันไปด้วยประสิทธิภาพในการทำความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นหัวแปรงที่ให้มาถึง 2 แบบสามารถใช้ได้ทั้งผู้ที่มีฟันปกติ และผู้ที่กำลังทำการจัดฟัน มีระดับการสั่นได้สูงสุด 28,000 ครั้ง / นาที ที่ปรับได้ 2 ระดับ รวมไปถึงระบบ Smart Time Reminder ที่จะเตือนทุก 30 วินาที และตัดการทำงานเมื่อครบ 2 นาที

10

Philips Sonicare Elite 

ดูแลความสะอาดของช่องปาก และฟันได้อย่างอ่อนโยน 

Philips Sonicare Elite เป็นแปรงที่สีฟันไฟฟ้าที่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ดูแลความสะอาดของช่องปาก และฟันได้แบบอ่อนโยนด้วยฟองน้ำขนาดเล็กบริเวณหัวแปรงนั่นเอง เครื่องรุ่นนี้สามารถสร้างการสั่นได้มากถึง 62,000 ครั้ง / นาที การเปลี่ยนหัวแปรงก็ทำได้ง่ายด้วยระบบ Click-on รวมไปถึงระบบ EasyStar ที่จะช่วยเพิ่มระดับกำลังในการทำงานอย่างนุ่มนวลเพื่อสร้างความคุ้นเคยในการใช้งาน

วิธีการเลือกซื้อแปรงสีฟันไฟฟ้า

  • เลือกตามประเภท แปรงสีฟันไฟฟ้าที่ใช้งานในปัจจุบันนั้นถูกแบ่งเป็น 4 ประเภทตามรูปแบบการทำงาน ซึ่งแต่ละประเภทก็มีข้อดีที่แตกต่างกันดังนั้นก่อนการเลือกแรงสีฟันไฟฟ้าเพื่อนำมาใช้งานควรรู้จักแปรงสีฟันไฟฟ้าทั้ง 4 ประเภทก่อน 
    • แปรงสีฟันไฟฟ้าระบบสั่น ซึ่งแปรงระบบนี้จะใช้การสั่นเพื่อทำความสะอาดคราบต่างๆ บริเวณซอกฟันนั่นเอง การทำงานจะไม่แรงมาก มีความนุ่มนวล เสียงเบา เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่เป็นมือใหม่ 
    • แปรงสีฟันไฟฟ้าระบบหมุน จุดเด่นของแปรงรุ่นนี้คือระบบการหมุนที่สามารถเข้าไปจัดการกับคราบต่างๆ ได้อย่างทั่วถึงในบริเวณที่เข้าไปแปรงได้ยากอย่างเช่นด้านหลังของฟันกรามเป็นต้น 
    • แปรงสีฟันไฟฟ้าระบบโซนิค เป็นแปรงสีฟันไฟฟ้าที่ทำความสะอาดช่องปาก และฟันด้วยพลังการสั่นสะเทือนที่สูงมากถึง 24,000 – 48,000 ครั้งต่อนาที ช่วยให้สามารถทำความสะอาดได้มีประสิทธิภาพมากกว่าแบบสั่น และแบบหมุน  
    • แปรงสีฟันไฟฟ้าระบบอัลตร้าโซนิค เป็นแปรงสีฟันไฟฟ้าที่ใช้คลื่นความถี่สูงระดับ 20,000 Hz ในการทำความสะอาดคราบต่างๆ ที่ติดอยู่บริเวณฟัน ซึ่งการใช้แปรงประเภทนี้ผู้ใช้จะได้รับความสะดวกมาเนื่องจากแทบไม่ต้องออกแรงในการแปรงเลย และยังสามารถทำความสะอาดได้อย่างหมดจด แต่ก็เป็นแปรงสีฟันไฟฟ้าประเภทที่มีราคาสูงที่สุดด้วย
  • เลือกจากจำนวนรอบ สำหรับการใช้งานแปรงสีฟันไฟฟ้านั้นจำนวนรอบในการสั่น หรือการหมุนนั้นจะส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการทำความสะอาดช่องปาก และฟัน ซึ่งถ้าแปรงสีฟันมีรอบที่น้อยเกินไปก็อาจจะทำให้การทำความสะอาดทำได้อย่างไม่เต็มที่ แต่ถ้ามีรอบที่สูงเกินไปถ้าใช้อย่างไม่ระมัดระวังอาจสร้างความเสียหายกับเหงือกได้ ดังนั้นการเลือกใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าต้องเลือกจำนวนรอบในการสั่น หรือการหมุนที่เหมาะสม ซึ่งจำนวนรอบในการสั่นควรอยู่ที่ 20,000 รอบ / นาทีขึ้นไป และ 8,000 รอบ / นาทีสำหรับการหมุน 
  • เลือกที่ระบบการจ่ายไฟ แปรงสีฟันไฟฟ้าในปัจจุบันมีรูปแบบการจ่ายไฟที่พัฒนาเป็นระบบไร้สาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้แบตเตอรี่ในตัวที่สามารถชาร์จไฟได้ หรือใช้ถ่านไฟฉายเพื่อให้พลังงาน ซึ่งการเลือกใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าแต่ละประเภทก็ขึ้นอยู่กับความชอบ และความสะดวกของแต่ละบุคคลเป็นหลัก 
  • เลือกที่ขนาด ขนาดของแปรงสีฟันไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นขนาดของด้ามจับ หรือขนาดของหัวแปรงล้วนมีผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานทั้งสิ้น การเลือกแปรงสีฟันไฟฟ้าที่มีขนาดของด้านจับที่เหมาะสม จับถนัดมือจะช่วยให้การใช้งานทำได้สะดวกมากขึ้น รวมไปถึงขนาดของหัวแปรงที่เหมาะสมกับสรีระช่องปากก็จะช่วยให้การทำความสะอาดฟันมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

คำถามที่พบบ่อยของแปรงสีฟันไฟฟ้า

สำหรับความแตกต่างระหว่างแปรงสีฟันไฟฟ้า กับแปรงสีฟันแบบธรรมดานั้นถ้าไม่นับถึงความแตกต่างที่เห็นได้ชัดในเรื่องที่แปรงสีฟันธรรมดานั้นทำงานด้วยการใช้แรงจากการขยับมือเพื่อให้สามารถแปรงฟันได้สะอาด แต่แปรงสีฟันไฟฟ้านั้นใช้พลังงานไฟฟ้าจากมอเตอร์มาช่วยในการแปรงฟัน ความแตกต่างอีกหนึ่งอย่างคือเรื่องของประสิทธิภาพในการทำความสะอาดที่แปรงสีฟันไฟฟ้านั้นมีมากกว่าแปรงสีฟันแบบธรรมดาอย่างแน่นอน รวมไปถึงการเข้าไปทำความสะอาดในบริเวณที่แปรงสีฟันธรรมดาเข้าไปไม่ถึงอีกด้วย

แปรงสีฟันไฟฟ้านั้นทำงานด้วยระบบการสั่น หรือการหมุนด้วยจำนวนรอบที่สูงมาก ดังนั้นการใช้งานแปรงสีฟันไฟฟ้าควรเลือกระดับการสั่น และการหมุนที่เหมาะสม รวมไปถึงไม่ควรนำไปแปรงบริเวณเหงือกเป็นเวลานาน เพราะจำนวนรอบที่สูงจนเกินไปอาจทำให้เหงือกเกิดการบาดเจ็บได้ ดังนั้นการใช้งานแปรงสีฟันไฟฟ้าตึงควรใช้งานด้วยความระมัดระวัง

ถ้าพูดถึงการใช้งานแปรงสีฟันไฟฟ้าสำหรับเด็กแล้วนั้น ช่วงอายุที่เหมาะสมคือควรมีอายุ 3 ปีขึ้นไป และควรเลือกแปรงสีฟันไฟฟ้าประเภทที่รอบหมุนไม่สูงมาก มีขนแปรงที่นุ่มเป็นพิเศษ รวมไปถึงไม่มีเสียงดังในขณะทำงาน เพราะว่าถ้ารอบหมุนสูงเกินไป ขนแปรงแข็งเกินไป อาจทำให้เหงือกของเด็กเกิดการบาดเจ็บได้ รวมไปถึงถ้าการทำงานมีเสียงดังเกินไปอาจทำให้เด็กตกใจ และไม่ชอบการแปรงฟัน

Scroll to Top