แคลเซียมเสริมกระดูก

10 สุดยอดแคลเซียมเสริมกระดูก ยี่ห้อไหนดี ที่คุณต้องมีประจำปี 2021

แคลเซียมเป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งซึ่งพบมากที่สุดในร่างกาย โดยมีหน้าที่สร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน ควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ เช่นหลอดเลือด การเต้นของหัวใจ ตลอดจนการทำงานของระบบประสาท เราต้องการแคลเซียมเพื่อส่งเสริมการทำงานของร่างกายในทุกช่วงวัย ซึ่งแคลเซียมเสริมกระดูกก็เป็นตัวช่วยที่ดีในการเสริมปริมาณแคลเซียมที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องรักษาสุขภาพกระดูกให้แข็งแรงอยู่เสมอ มาดูกันว่าหากต้องการเลือกแคลเซียมเสริมกระดูกจะมียี่ห้อไหนน่าสนใจ

ลองมาดูกันว่า 10 อันดับแคลเซียมเสริมกระดูก แต่ละแบรนด์จะมีจุดเด่นอะไรบ้างที่น่าสนใจ

1

แคลเซียมเสริมกระดูก-1

The Nature Calcium Plus

บำรุงกระดูกด้วยแคลเซียมพร้อมคอลลาเจนเปปไทด์และโปรตีนถั่วเหลือง

The Nature Calcium Plus แคลเซียมเสริมกระดูกผสานคุณค่าคอลลาเจนจากปลาทะเลน้ำลึกที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกอ่อนและไขข้อ ช่วยบรรเทาอาการข้อเข่าเสื่อม และโปรตีนจากถั่วเหลืองเข้มข้นซึ่งทำหน้าที่เสมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน ชะลอการสูญเสียมวลกระดูก ช่วยส่งเสริมความแข็งแรงของกระดูกและป้องกันโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้คอลลาเจนยังมีคุณสมบัติทำให้ผิวนุ่มลื่นน่าสัมผัส รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้งหลังอาหาร


2

แคลเซียมเสริมกระดูก-2

Clover Plus รุ่น Calcad

แคลเซียมพร้อมแร่ธาตุและวิตามิน เสริมการทำงานของร่างกาย

Clover Plus รุ่น Calcad ประกอบด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต 500 มิลลิกรัมและแคลเซียมซิเตรต 250 มิลลิกรัม พร้อมแร่ธาตุอื่นที่จำเป็นต่อร่างกายเช่นธาตุเหล็ก, แมกนีเซียม, วิตามินเอ, วิตามินบี 2, 6, 12, วิตามินซีและวิตามินดี 3 ที่ช่วยเสริมการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งจำเป็นต่อความแข็งแรงของกระดูกและฟัน ไม่ทำให้ท้องผูกหรือท้องอืด ช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูกสำหรับผู้ที่กระดูกเปราะ รับประทานวันละ 2 แคปซูลพร้อมอาหาร


3

แคลเซียมเสริมกระดูก-3

Blackmores Calcium

แคลเซียมผสานคุณค่าวิตามินดีจากออสเตรเลีย

Blackmores Calcium อาหารเสริมแคลเซียมคุณภาพมาตรฐานสากลจากออสเตรเลียที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน ทำให้มวลกระดูกมีความหนาแน่น ไม่เปราะบาง ป้องกันโรคกระดูกพรุนหรือกระดูกเสื่อมได้ดี ผลิตจากแคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium Carbonate) ที่อาจทำให้ท้องอืด จึงควรรับประทานวันละ 1 แคปซูล พร้อมอาหาร พร้อมส่วนผสมของวิตามินดีทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น คุณภาพคุ้มค่าคุ้มราคา เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย รวมถึงสตรีวัยหมดประจำเดือนหรือสตรีที่ให้นมบุตร


4

แคลเซียมเสริมกระดูก-4

Mega We Care Calcium D

แคลเซียมเสริมกระดูกแบรนด์ไทยในรูปแบบเจลนิ่ม

Mega We Care Calcium D มาพร้อมมิติใหม่ในการผลิตแคลเซียมเสริมกระดูกด้วยรูปแบบแคลเซียมเหลวในเจลนิ่ม ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ขีดจำกัดของปัญหาการดูดซึมแคลเซียมในร่างกายหมดไป เสริมคุณค่าการบำรุงมวลกระดูกและฟันด้วยวิตามินดี เมื่อรับประทานเป็นประจำจะช่วยส่งเสริมให้เซลล์ในร่างกายทำงานเป็นปกติ ป้องกันโรคกระดูกพรุนหรือกระดูกเปราะ บรรจุ 60-90 เม็ดต่อกระปุก ประสิทธิภาพดี ราคาประหยัด

5

แคลเซียมเสริมกระดูก-5

Vistra Calplex Calcium

เสริมความแข็งแรงของกระดูกด้วยแคลเซียมและโบรอน

Vistra Calplex Calcium ประกอบด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต 700 มิลลิกรัม เพื่อเสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน รวมถึงการทำงานของหัวใจและระบบประสาท พร้อมแมกนีเซียมเสริมการดูแลด้านทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อในร่างกาย พร้อมด้วยวิตามินดีที่ช่วยให้การดูดซึมแคลเซียมในร่างกายทำได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของโบรอนที่ ช่วยเพิ่มความแน่นของมวลกระดูก สร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงและรักษาสมดุลฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ช่วยในกระบวนการสร้างมวลกระดูกอีกด้วย

6

แคลเซียมเสริมกระดูก-6

CAL-UPS JOIN Calcium Plus Shark Cartilage

แคลเซียมเสริมกระดูกผสานคุณค่ากระดูกอ่อนฉลาม 

CAL-UPS JOIN Calcium Plus Shark Cartilage ประกอบด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต 1,500 มิลลิกรัมที่ให้แคลเซียมสูงถึง 600 มิลลิกรัมต่อเม็ด เหมาะสำหรับผู้สูงอายุเพราะช่วยบำรุงและชะลอการเสื่อมของข้อกระดูกอย่างมีประสิทธิภาพ ผสานคุณค่าของกระดูกอ่อนฉลาม ที่อุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัสซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน มีคอนดรอยตินซัลเฟตซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ช่วยบำรุงข้อต่อและรักษาระดับน้ำในข้อต่อให้สมดุล

7

แคลเซียมเสริมกระดูก-7

Real Elixir Cal-Cal Plus Vit D,K

แคลเซียมเสริมกระดูกผสานวิตามินดีและเค  

V Real Elixir Cal-Cal Plus Vit D, K ช่วยรักษาสมดุลของระดับแคลเซียมในเลือดที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ประกอบด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต 1,500 มิลลิกรัมที่ให้ปริมาณแคลเซียมบริสุทธิ์ 600 มิลลิกรัม และเสริมคุณค่าการบำรุงมวลกระดูกด้วยวิตามินดีที่ช่วยดูดซึมแคลเซียมและวิตามินเคที่ช่วยเสริมให้แคลเซียมทำงานร่วมกับโปรตีนได้ดียิ่งขึ้น รับประทานได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะสตรีวัยหมดประจำเดือนที่ระดับแคลเซียมในเลือดลดลง

8

แคลเซียมเสริมกระดูก-8

Nikocal Calcium

กระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโตช่วยเพิ่มความสูง 

Nikocal Calcium ประกอบไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเพิ่มความสูงไม่ว่าจะเป็นแคลเซียมแลคเตท วิตามินดี วิตามินซี สารสกัดจากนมวัว กรดอะมิโนจำเป็นต่าง ๆ ที่ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย ทั้งยังช่วยบำรุงกระดูก ข้อต่อ สร้างกล้ามเนื้อ จึงช่วยเร่งการเจริญเติบโตของร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีส่วนผสมของสารสังเคราะห์ รับประทานครั้งละ1 เม็ด พร้อมอาหารเช้าและเย็น

9

แคลเซียมเสริมกระดูก-9

Betacal Plus

แคลเซียมเสริมกระดูกบำรุงข้อ พร้อมส่วนผสมนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา

Betacal Plus ช่วยบำรุงข้อต่อและบรรเทาอาการปวดข้อ ช่วยเสริมสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรงยิ่งขึ้นและช่วยสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนและกระดูกอ่อนด้วยส่วนประกอบสำคัญอย่างแคลเซียมคาร์บอเนต, ผงกระดูกอ่อนฉลาม, คอลลาเจนเปปไทด์จากปลาแซลมอน, โปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง, สารสกัดขมิ้นชัน สังกะสีและครีเอทีนโมโนไฮเดรต รับประทานหลังอาหารเช้าและเย็น ครั้งละ 1 แคปซูล เพื่อประสิทธิภาพในการดูแลกระดูกและข้อต่อที่ดียิ่งขึ้น

10

แคลเซียมเสริมกระดูก-10

Kal-Cee Orange

แคลเซียมเม็ดฟู่ละลายน้ำรสส้ม สดชื่น ดื่มง่าย 

Kal-Cee Orange แคลเซียมเสริมกระดูกเม็ดฟู่ยอดนิยม มีรสชาติที่อร่อย ทานง่าย บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงด้วยส่วนประกอบสำคัญอย่างแคลเซียมที่สูงถึง 625 มิลลิกรัมและยังมีวิตามินและแร่ธาตุอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกายเช่นวิตามินซี 1,000 มิลลิกรัม วิตามินดี 7.5 ไมโครกรัมและวิตามิน B6 15 มิลลิกรัม เม็ดฟู่ละลายน้ำง่ายไม่หลงเหลือตะกอนในแก้ว พกพาง่ายสะดวกสบาย ร่างกายสามารถดูดซึมคุณประโยชน์ไปใช้อย่างครบถ้วนและรวดเร็ว

วิธีการเลือกซื้อแคลเซียมเสริมกระดูก

  • แบรนด์ที่ได้มาตรฐาน ควรเลือกยี่ห้อแคลเซียมเสริมกระดูกที่ได้มาตรฐานหรือได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา เพราะมักจะผ่านการตรวจสอบปริมาณแร่ธาตุและกระบวนการผลิตในระดับสากล อย่างไรก็ตามควรตรวจสอบฉลากก่อนซื้อทุกครั้งเพื่อตรวจสอบส่วนประกอบหลักและเลือกใช้อย่างเหมาะสมตามความต้องการ นอกจากนี้ฉลากผลิตภัณฑ์ควรระบุวันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุ สถานที่ผลิต เลขที่ขออนุญาตจากองค์การอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข หรือระบุมาตรฐานการผลิตและทดสอบจากองค์กรระดับสากลเพื่อรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ดี
  • แหล่งซื้อที่ได้มาตรฐาน ควรซื้อจากร้านค้าที่มีเภสัชกรหรือผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำในการรับประทานอย่างถูกต้อง ทำให้ได้แคลเซียมเสริมกระดูกที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ความต้องการ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเสมอก่อนเริ่มรับประทานแคลเซียมเสริมกระดูก เพราะแคลเซียมบางชนิดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ หรืออาจทำปฏิกิริยากับยาที่ทานอยู่แล้วจึงควรศึกษาข้อบ่งใช้อย่างละเอียดหรือขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญก่อนรับประทาน
  • รูปแบบการรับประทาน รูปแบบของแคลเซียมสำหรับรับประทานมีหลายรูปแบบด้วยกัน เช่น แบบเม็ด แบบเม็ดสำหรับเคี้ยว และแบบฟองฟู่สำหรับผสมน้ำดื่ม ซึ่งแต่ละรูปแบบล้วนให้แร่ธาตุแคลเซียมเช่นเดียวกัน ผู้ที่ไม่ชอบทานยาเม็ดอาจเลือกแบบเม็ดฟู่ เพราะผสมกับน้ำแล้วดื่มได้ทันที นอกจากนี้แบบเม็ดฟู่ยังมีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีกรดในกระเพาะอาหารน้อย เพราะโดยปกติแคลเซียมจะละลายได้ดีในสภาวะที่เป็นกรด แบบเม็ดฟู่สามารถช่วยละลายแคลเซียมเพื่อให้พร้อมดูดซึมได้ทันที อย่างไรก็ตามควรพิจารณาว่าแคลเซียมเสริมกระดูกที่ต้องการซื้อนั้นมีแคลเซียมอยู่ในรูปแบบใดและให้แคลเซียมบริสุทธิ์ (Elemental Calcium) ในปริมาณเท่าใด เพื่อประกอบการเลือกซื้อให้เหมาะสมกับปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันได้
  • ชนิดของแคลเซียม แคลเซียมเสริมกระดูกจะอยู่ในรูปแบบเกลือของแคลเซียมชนิดต่างๆ เช่น แคลเซียมคาร์บอเนต (calcium carbonate) แคลเซียมซิเทรต (calcium citrate) ไตรแคลเซียมฟอสเฟต (tricalcium phosphate) แคลเซียมกลูโคเนต (calcium gluconate) และแคลเซียมแล็กเทต (calcium lactate) ซึ่งแต่ละอย่างก็มีข้อบ่งใช้และปริมาณแคลเซียมแตกต่างกัน โดยแคลเซียมคาร์บอเนตจะมีปริมาณแคลเซียมมากที่สุดคือ 40% แต่อาจมีผลทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้อย่างเช่นท้องอืดหรือท้องผูก ในขณะที่แคลเซียมซิเทรต (calcium citrate) ให้ปริมาณแคลเซียมเพียง 21% ซึ่งทำให้ต้องรับประทานมากกว่า 1 เม็ดต่อวัน แต่สามารถดูดซึมได้ง่ายกว่าไม่เกิดอาการไม่พึงประสงค์ และไม่ต้องรับประทานพร้อมอาหาร

คำถามที่พบบ่อยของแคลเซียมเสริมกระดูก

ร่างกายไม่สามารถสร้างหรือสังเคราะห์แคลเซียมขึ้นเองได้ ต้องได้มาจากการรับประทานอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเท่านั้น เพื่อกระดูกที่แข็งแรงควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงวัย ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและออกแดดวันละ 15 นาทีเพื่อช่วยเสริมวิตามินดี ที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระดูก

อาหารที่เป็นแหล่งของแคลเซียมธรรมชาติที่ดีที่สุดคือ นม ผลิตภัณฑ์จากนม โยเกิร์ต เนย ปลาตัวเล็กกรอบที่รับประทานได้ทั้งตัว กุ้งฝอย ผักใบเขียว ปลาซาร์ดีน บร็อกโคลี เต้าหู้ถั่วเหลือง น้ำส้ม ถั่วเมล็ดแข็งต่าง ๆ

แคลเซียมเสริมกระดูกประกอบด้วยเกลือแคลเซียมที่ใช้ในการบริโภคเพื่อรักษาหรือป้องกันการขาดแคลเซียมในร่างกาย กลุ่มผู้ที่อาจได้รับแคลเซียมจากอาหารไม่เพียงพอ เช่นหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ผู้สูงอายุที่การประสิทธิภาพการดูดซึมสารอาหารน้อยลง ผู้ที่รับประทานมังสวิรัติ หรือผู้ที่ออกกำลังกายหนักมาก ๆ ควรรับประทานแคลเซียมเสริมกระดูกเพื่อให้ร่างกายได้รับแคลเซียมเพียงพอจนไม่ต้องดึงแคลเซียมที่สะสมในกระดูกไปใช้ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุน

ข้อควรระวังในการรับประทานแคลเซียมเสริมกระดูกมีดังนี้ 

  • ควรรับประทานแคลเซียมเสริมกระดูกหลังอาหารทันที เพราะภาวะความเป็นกรดในกระเพาะอาหารจะช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมให้ดียิ่งขึ้น ยกเว้นแคลเซียมซิเทรตที่ดูดซึมได้ดีในทุกสภาวะ
  • การรับประทานแคลเซียมเสริมกระดูกในแต่ละครั้งไม่ควรบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีแร่ธาตุแคลเซียมมากกว่า 500 มิลลิกรัม เพราะเป็นปริมาณสูงสุดที่ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมไปใช้งานได้ต่อครั้ง หากต้องการได้รับแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมควรแบ่งรับประทานเป็นสองมื้อต่อวัน
  • การรับประทานแคลเซียมเสริมกระดูกอาจทำให้เกิดอาการท้องผูกและท้องอืดได้ จึงควรรับประทานผักและผลไม้ที่มีกากใยอาหารสูง พร้อมทั้งดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานแคลเซียมเสริมกระดูกร่วมกับยากลุ่มเตตราไซคลีน หรือธาตุเหล็ก เพราะแคลเซียมจะไปรบกวนการดูดซึมของยา 2 ชนิดนี้ หากจำเป็นควรรับประทานแคลเซียมเสริมกระดูกห่างจากยากลุ่มนี้ ประมาณ 2 ชั่วโมง

แหล่งอ้างอิง

https://www.agro.cmu.ac.th

https://www.disthai.com

https://www.bangkokhospital.com

Scroll to Top