เลซิติน

10 สุดยอดเลซิติน ยี่ห้อไหนดี ที่คุณต้องมีประจำปี 2021

ร่างกายที่แข็งแรงทำให้เราทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดังใจปรารถนา การบำรุงร่างกายจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ซึ่งสามารถทำได้โดยการใช้ชีวิตให้สมดุล บริโภคอาหารที่มีคุณค่าสูงและเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เน้นการบำรุงส่วนที่สำคัญเช่นสมอง ตับ ระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ตอบโจทย์นี้คือ เลซิติน นอกจากนี้เลซิตินก็ช่วยควบคุมเซลล์ต่าง ๆ ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ มาดูกันว่าหากต้องการเลือกเลซิตินมารับประทานจะมียี่ห้อไหนน่าสนใจ

ลองมาดูกันว่า 10 อันดับเลซิติน แต่ละแบรนด์จะมีจุดเด่นอะไรบ้างที่น่าสนใจ

1

เลซิติน-1

Blackmores Food Lecithin

เลซิตินสกัดจากถั่วเหลืองคุณภาพสูงจากออสเตรเลีย

Blackmores Food Lecithin 1200 MG ผลิตจากเลซิตินที่สกัดถั่วเหลืองคุณภาพสูง มีสารสำคัญฟอสฟาติดิลโคลีน 172.5 มิลลิกรัมต่อแคปซูล ผลิตจากโรงงานที่มีความทันสมัยที่ได้การรับรองมาตรฐานสากล รวมถึงการรับรองมาตรฐานฮาลาลโดย AFIC มาในรูปแบบแคปซูลนิ่มรับประทานง่ายไม่ติดคอ และป้องกันการเสื่อมสภาพของเลซิตินด้วยขวดสีชาที่กันแสงได้ดี ปราศจากนม สารกันบูด กลูเตน ยีสต์รวมทั้งสารแต่งสีหรือสารให้ความหวาน


2

เลซิติน-2

NOW® Foods Lecithin

เลซิตินถั่วเหลืองปลอด GMO นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา 

NOW® Foods Lecithin เลซิตินแบบเจลนิ่มที่ได้จากสารสกัดถั่วเหลืองที่ปลอดการตัดต่อพันธุกรรมนำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มาตรฐานการผลิตที่มีความปลอดภัยและได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา บรรจุภัณฑ์กระปุกพลาสติกทึบกันแสงได้ดีเยี่ยม ไม่ทำให้ผลิตภัณฑ์เสื่อมสภาพ กระปุกใหญ่ให้ความคุ้มค่า ราคาเป็นมิตร ช่วยป้องกันไขมันอุดตันในหลอดเลือด เพิ่มสมาธิและความจำ ช่วยกระตุ้นการเรียนรู้และป้องกันการเกิดโรคความจำเสื่อม


3

เลซิติน-3

VISTRA Soy Lecithin

เลซิตินจากถั่วเหลืองเสริมวิตามินอีช่วยต้านอนุมูลอิสระ

VISTRA Soy Lecithin เลซิตินจากวัตถุดิบนำเข้ามาจากประเทศเยอรมนี ประกอบด้วยเลซิตินที่ได้จากถั่วเหลือง 1200มิลลิกรัม มีปริมาณสารฟอสฟาติดิลโคลีน 198 มิลลิกรัม และเพิ่มความสามารถในการต้านการอักเสบของร่างกายด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากวิตามินอีอะซิเทต (d-Alpha-Tocopheryl Acetate) 7.66 มิลลิกรัม ช่วยบำรุงสมองสร้างสารสื่อประสาทเพิ่มการจดจำระยะยาว บำรุงตับ ลดการเกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือดและลดคอเลสเตอรอล


4

เลซิติน-4

Nature’s Truth Soya Lecithin

เลซิตินแบบเจลนิ่ม ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา

Nature’s Truth Soya Lecithin เลซิตินนำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่ผลิตจากถั่วเหลืองธรรมชาติที่ไม่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรม มาในรูปแบบเจลนิ่มที่รับประทานง่าย ละลายในระบบทางเดินอาหารได้ง่ายทำให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว ปราศจากกลูเตน สารกันบูดเทียม หรือสารให้ความหวานและสีที่อาจตกค้างในร่างกาย ผลิตภัณฑ์ได้การรับรองมาตรฐานการผลิต GMP จากประเทศสหรัฐอเมริกาและองค์การอาหารและยา

5

เลซิติน-5

Mega We Care Lecithin

เลซิตินแบรนด์ไทยจากถั่วเหลืองที่ไม่ผ่านการฟอกสี

Mega We Care Lecithin ช่วยบำรุงสมอง ลดระดับไขมันในเลือด ด้วยคุณค่าเลซิตินที่ไม่ผ่านการฟอกสีนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา มีมาตรฐานการผลิตที่สะอาดปลอดภัยเช่นเดียวกับยา ได้รับการรับรองจาก Federal Institute for Drugs and Medical Devices (BfArm) จากประเทศเยอรมนี และ Therapeutic Goods Administration ในออสเตรเลีย รับประทานวันละ 1-3แคปซูลเพื่อบำรุงสมองและเสริมการทำงานของตับ และรับประทานวันละ 4-6 แคปซูลพร้อมอาหารหากต้องการลดระดับไขมันในเลือด

6

เลซิติน-6

Centuria Lecithin

เลซิตินมาตรฐานองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA)

Centuria Lecithin ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเลซิตินจากถั่วเหลือง 1,200 มิลลิกรัมนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา มีไขมันPhospholipid ถึง 336 มิลลิกรัม ประกอบด้วยฟอสฟาติดิลโคลีน (Phosphatidylcoline) 228 มิลลิกรัมและ ฟอสฟาติดิลอินโนซิทอล (Phosphatidylinnositol) 108 มิลลิกรัม ผลิตจากถั่วเหลืองคุณภาพดีด้วยมาตรฐานการผลิตที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา ช่วยลดความเสี่ยงไขมันอุดตันในหลอดเลือดและช่วยเพิ่มความจำและความสามารถในการเรียนรู้ให้ดีขึ้น

7

เลซิติน-7

DHC Lecithin

บำรุงร่างกายด้วยเลซิตินนำเข้าจากญี่ปุ่น  

DHC Lecithin เลซิตินจากสารสกัดถั่วเหลืองคุณภาพดี ราคาเป็นมิตรจากประเทศญี่ปุ่น มีความเข้มข้นของเลซิตินที่ 337.5 มิลลิกรัม ประกอบด้วยไขมันฟอสโฟไลปิดที่ 202.5 มิลลิกรัม ช่วยบำรุงสมองด้านการเรียนรู้และความจำ มีสารอิโนซิทอล (Inositol) ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงเซลล์ประสาท ทำให้การทำงานของระบบประสาทดีขึ้น ช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดคอเลสเตอรอลลดปัญหาไขมันอุดตันในหลอดเลือด รับประทานกับน้ำอุณหภูมิห้องวันละ 4 เม็ด หลังอาหาร เช้า กลางวันและเย็น

8

เลซิติน-8

Royal Life Brain Lecithin Cap

เลซิตินคุณภาพบรรจุในแผงกันชื้น สะดวกต่อการพกพา 

Royal Life Brain Lecithin Cap ผลิตจากเลซิตินคุณภาพสูง ที่มีปริมาณเลซิติน 1,200 มิลลิกรัม ประกอบด้วยฟอสฟาติดิล 240 มิลลิกรัมและฟอสฟาติดิลโคลีน 144 มิลลิกรัมช่วยบำรุงสมอง ผลิตภัณฑ์อยู่ในรูปแบบเจลนิ่ม ละลายในระบบทางเดินอาหารได้ง่ายและร่างกายดูดซึมไปใช้งานได้โดยง่าย รูปแบบบรรจุภัณฑ์สะดวกต่อการพกพาไปรับประทานในที่ต่าง ๆ และยืดอายุผลิตภัณฑ์ด้วยแผงอะลูมิเนียมกันความชื้นและกันแสงแดด

9

เลซิติน-9

DSP Nutrition Soya Lecigran

เลซิตินแบบเกล็ดสำหรับชาววีแกน

DSP Nutrition Soya Lecigran เลซิตินจากถั่วเหลืองธรรมชาติที่ไม่มีการตัดแต่งพันธุกรรม ทำจากวัตถุดิบคุณภาพมาตรฐานที่ผลิตและนำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา มาในรูปแบบเกล็ดเพื่อลดการบริโภคน้ำมันให้น้อยลงกว่ารูปแบบแคปซูล รับประทานง่าย สะดวกรวดเร็ว สามารถผสมกับนม น้ำผลไม้ โยเกิร์ตหรืออาหารอื่น ๆ และรับประทานได้ทันที เหมาะสำหรับสายวีแกนหรือผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ ปราศจากกลูเตน ได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยา

10

เลซิติน-10

Now Foods® Sunflower Liquid Lecithin

เลซิตินแบบน้ำจากเมล็ดทานตะวันเหมาะสำหรับคนแพ้ถั่วเหลือง 

Now Foods® Sunflower Liquid Lecithin เลซิตินผลิตจากเมล็ดทานตะวันปราศจากการตัดแต่งพันธุกรรม เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้ถั่วเหลือง มาในรูปแบบของเหลวรับประทานง่าย และสามารถปรับการรับประทานได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะรับประทานเปล่า ๆ หรือจะนำไปผสมกับนม, น้ำผลไม้ หรือเอาไปใช้ปรุงอาหารเช่นทำเป็นน้ำสลัด ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตจากประเทศสหรัฐอเมริกา เหมาะสำหรับผู้ที่ทานอาหารมังสวิรัติ

วิธีการเลือกซื้อเลซิติน

  • แบรนด์ที่ได้มาตรฐาน ควรเลือกยี่ห้อเลซิตินที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา หรือการรับรองมาตรฐานระดับสากลเช่น Federal Institute for Drugs and Medical Devices (BfArM) จากประเทศเยอรมนี  หรือ Therapeutic Goods Administration จากออสเตรเลีย เพราะผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานนี้มักจะผ่านการตรวจสอบปริมาณสารอาหารและมีการควบคุมกระบวนการผลิตในระดับสากล ทำให้ให้มั่นใจว่าได้รับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ปราศจากสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
  • แหล่งซื้อที่ได้มาตรฐาน นอกจากการเลือกแบรนด์เลซิตินที่ได้คุณภาพแล้ว ควรซื้อจากร้านค้าที่ไว้ใจได้ เพื่อป้องกันสินค้าลอกเลียนแบบ นอกจากนี้หากเลือกร้านที่มีเภสัชกรให้คำแนะนำในการรับประทานอย่างถูกต้อง ก็จะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ความต้องการ นอกจากนี้หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้สูงอายุควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเสมอก่อนเริ่มรับประทานเลซิตินเพื่อให้มั่นใจว่าได้รับประทานตามขนาดที่เหมาะสม หรือเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
  • คุณภาพของวัตถุดิบ ควรเลือกเลซิตินที่สกัดจากถั่วเหลืองจากวัตถุดิบที่ปราศจากการตัดต่อพันธุกรรมหรือใช้สารฟอกสีหรือสารเติมแต่ง กลิ่น หรือรสอื่น ๆ เท่านั้น เพราะสารฟอกสีให้ได้รับอย่างต่อเนื่องในระยะยาวจะก่อให้เกิดอันตรายต่อตับซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญในร่างกายได้
  • ความสดใหม่ ควรเลือกเลซิตินที่มีฉลากระบุวันผลิตและหมดอายุที่ชัดเจน เพื่อความมั่นใจว่าจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงสุดและไม่เสื่อมสภาพ ควรหลีกเลี่ยงการเก็บเลซิตินไว้ในที่ร้อนจัด หรือมีความชื้นสูง ควรเก็บในที่แห้งและเย็น ในขวดทึบแสงที่ปิดสนิท

คำถามที่พบบ่อยของเลซิติน

เลซิตินคือสารประกอบระหว่างฟอสโฟไลปิด (Phospholipid) และวิตามินบีได้แก่ โคลีน (Choline) และอินอสซิตอล (Inositol) มีหน้าที่ควบคุมกระบวนการต่างๆ ภายในเซลล์ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยปกติจะพบเลซิตินในอวัยวะสำคัญของมนุษย์เช่น หัวใจ ตับ ไต เนื้อเยื่อและเซลล์ประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมองที่มีเลซิตินเป็นส่วนประกอบมากถึง 30%

ในโครงสร้างของเลซิตินมีโคลีน (Choline) ซึ่งเป็นส่วนประกอบของสารสื่อประสาทในสมอง จึงสามารถบรรเทาอาการโรคระบบประสาทบางชนิดได้ เช่นโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s) หรือโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) รวมไปถึงช่วยเสริมความสามารถในการเรียนรู้และจดจำได้ นอกจากนี้เลซิตินยังมีส่วนช่วยในการบำรุงตับ และทำให้การลำเลียงคอเลสเตอรอลในเลือดเป็นไปได้ดีขึ้นและลดความเสี่ยงของโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดที่เกิดจากการ สะสมของคอเลสเตอรอล ที่ผนังหลอดเลือด

ตามผลการวิจัยพบว่า ปริมาณเลซิตินที่ร่างกายควรได้รับเพื่อเสริมความจำ ป้องกันสมองเสื่อมและเพื่อบำรุงตับคือ 1,200-3,600 มิลลิกรัมต่อวัน และหากต้องการรับประทานเพื่อลดไขมันคอเลสเตอรอลและป้องกันโรคสมองและหัวใจขาดเลือดควรรับประทานที่ 3,600 – 7,200 มิลลิกรัมต่อวัน

ร่างกายมนุษย์สามารถผลิตเลซิตินขึ้นได้เองที่ตับ โดยใช้สารตั้งต้นจากกรดไขมันต่าง ๆ วิตามินบี และสารอาหารอื่นๆ โดยปกติร่างกายต้องได้รับสารอาหารเหล่านี้เพียงพอจึงจะสร้างเลซิตินได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย นอกจากนี้ยังเสริมเลซิตินได้จากการบริโภคแหล่งอาหารธรรมชาติเช่น ไข่แดง ถั่วเหลือง เมล็ดทานตะวัน ถั่วลิสง จมูกข้าวสาลี

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเลซิตินมักจะสกัดมาจากถั่วเหลืองเพราะคอเลสเตอรอลต่ำ โดยเริ่มจากการนำถั่วเหลืองทำความสะอาด บดให้เล็กลงแล้วนำไปสกัดด้วยน้ำมัน จนได้น้ำมันที่มีตะกอนถั่วเหลืองที่มีเลซิตินอยู่ จากนั้นนำไปเข้าเครื่องเหวี่ยงความเร็วสูง ให้เลซิตินตกตะกอนแยกออกจากน้ำมัน จากนั้นจึงนำตะกอนเลซิตินไปกรองเพื่อกำจัดกากถั่วเหลืองและโลหะหนักที่อาจปนเปื้อนอยู่ออกก่อน แล้วจึงนำไปอบแห้งภายใต้สภาวะสุญญากาศที่อุณหภูมิ 60-105 องศาเซลเซียส จะทำให้ได้สารสกัดเลซิตินบริสุทธิ์ที่เรียกว่าเลซิติน ดิบ (crude lecithin) ซึ่งผู้ผลิตจะนำไปปรับคุณภาพตามความต้องการของผู้บริโภคในรูปแบบต่าง ๆ กันออกไปเช่น อาจบรรจุในรูปน้ำมันหรือใช้บรรจุลงแคปซูลหรือทำเป็นผงเพื่อละลายในอาหารต่าง ๆ

หากร่างกายได้รับเลซิตินมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น อาการคลื่นไส้อาเจียน น้ำลายหลั่งออกมามากผิดปกติ เบื่ออาหารหรือเหงื่อออกมาก นอกจากนี้คนที่แพ้ถั่วเหลืองควรเลือกเลซิตินผลิตจากวัตถุดิบอื่นเช่นเมล็ดทานตะวัน หากเป็นไปได้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มรับประทานเลซิติน เพื่อรับคำแนะนำและกำหนดปริมาณที่เหมาะสมในการรับประทานไม่ให้เกินต่อความต้องการของร่างกาย

แหล่งอ้างอิง

http://asp.plastics.or.th

https://www.urmc.rochester.edu

https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov

Scroll to Top