เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์

10 สุดยอดเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ ยี่ห้อไหนดีที่คุณต้องมีประจำปี 2021

ถ้าจะพูดถึงสถานการณ์มลภาวะ และฝุ่นควันบนท้องถนนของประเทศไทย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างเช่นกรุงเทพฯ ที่มีการจราจรหนาแน่นจนสามารถรับประกันได้เลยว่าอัตรามลภาวะนั้นสูงในระดับที่ติดอันดับโลกอย่างแน่นอน ทำให้ปัจจุบันเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์กลายเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ผู้ที่ต้องใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะในการเดินทางนั้นมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาสุขภาพลดลง

ลองมาดูกันว่า 10 อันดับเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์นั้นแต่ละแบรนด์จะมีจุดเด่นอะไรบ้างที่น่าสนใจ

1

Xiaomi Car Air Purifier

ระบบฟอกอากาศอัจฉริยะ ควบคุมง่ายผ่าน Smartphone

Xiaomi Car Air Purifier เป็นเครื่องฟอกอากาศภายในรถยนต์ที่ใช้ระบบฟอกอากาศแบบไหลเวียนด้วยพัดลมคู่ ดึงอากาศเข้าตัวเครื่องถึง 3 ด้าน ทำให้สามารถสร้างอากาศบริสุทธิ์ออกมาได้อย่างรวดเร็วภายในเวลา 3 – 7 นาที ส่วนแผ่นกรองอากาศใช้เทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่นด้วยแผ่นกรองแบบ 360 องศา จุดเด่นอีกหนึ่งอย่างของเครื่องรุ่นนี้คือสามารถตรวจสอบ และควบคุมคุณภาพอากาศผ่านทาง Smartphone ได้ทั้ง 2 ระบบไม่ว่าจะเป็น iOS หรือ Android


2

Philips New GoPure SlimLine 230

สร้างอากาศให้หอมสดชื่นเพื่อสุขภาพที่ดีระหว่างเดินทาง

Philips New GoPure SlimLine 230 เป็นเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์อีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับตามอง เพราะว่านอกจากจะฟอกอากาศได้เป็นอย่างดี สร้างอากาศบริสุทธิ์ภายในรถด้วยเวลาเพียง 13 นาที มีระบบ Clean Air Delivery Rate (CADR) ที่สามารถกรองฝุ่น Pm 2.5 และก๊าซต่างๆ ที่ไม่ต้องการได้เป็นอย่างดีแล้วนั้น เครื่องรุ่นนี้ยังสร้างกลิ่นหอมให้ฟุ้งกระจายไปทั่วรถด้วยระบบกระจายกลิ่นหอมอีกด้วย


3

CONOCO S1

สุดยอดเซ็นเซอร์ตรวจจับมลพิษมาตรฐานโลก

สำหรับเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ CONOCO S1 นั้นมีจุดเด่นที่ระบบตรวจจับมลพิษอัจฉริยะจากประเทศญี่ปุ่น ที่สามารถตรวจจับมลภาวะ รวมไปถึงสิ่งสกปรกได้หลากหลายประเภท ซึ่งนอกจากที่จะสามารถตรวจจับฝุ่น Pm 2.5 และควันบุหรี่ ยังสามารถตรวจจับสารเคมีอันตรายอื่นๆ อย่างเช่นสารทาทูอีนเป็นต้น เครื่องรุ่นนี้ใช้แผ่นกรองอากาศ 3 ชั้นโดยมีแผ่นกรองคาร์บอนอยู่ตรงกลาง มีไฟ LED แสดงสถานะคุณภาพอากาศอยู่บริเวณกลางเครื่อง


4

 Bwell G6

เพียงแค่ 3 ขั้นตอนเพื่ออากาศสะอาดภายในรถ

Bwell G6 เป็นเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ที่สามารถสร้างอากาศสะอาดภายในรถยนต์ด้วยระบบฟอกอากาศ 3 ขั้นตอนเต็มรูปแบบด้วยไส้กรอง 3 ชั้นได้แก่ HEPA, Activated Carbon, ระบบสลายควันบุหรี่ Smoke Killer ซึ่งเมื่ออากาศผ่านไส้กรองทั้ง 3 ชิ้นนี้จะกลายเป็นอากาศบริสุทธิ์ออกมา เครื่องรุ่นนี้มีจุดเด่นในเรื่องการจัดการกลิ่นบุหรี่ หรือกลิ่นต่างๆ ภายในรถได้อย่างหมดจด แต่ก็สามารถจัดการกับฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 และมลภาวะอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

5

MITSUTA MCA150s

คุณภาพของอากาศที่เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยี UV Sterilizing

สำหรับ MITSUTA MCA150s เป็นเครื่องฟอกอากาศในรถอีกหนึ่งรุ่นที่เน้นไปในเรื่องของการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใช้เพื่อสร้างอากาศบริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็น UV Sterilizing ที่การปล่อยประจุบวก และประจุลบเพื่อจัดการกับฝุ่น เชื้อโรค เชื้อไวรัสในอากาศ หรือระบบการฟอกอากาศ 5 ขั้นตอนผ่านแผ่นกรองอากาศแบบ HEPA เพื่อจัดการฝุ่น Pm 2.5 รวมไปถึงกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์อื่นๆ ไอระเหยจากแก๊ส และมลภาวะจากภายนอก

6

Sharp IG-GC2B

เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ขนาดเล็กแต่คุณภาพไม่เล็ก

เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ Sharp IG-GC2B เป็นเครื่องขนาดเล็กกะทัดรัดที่มีการออกแบบอย่างโดดเด่นสะดุดตา แต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ โดยเครื่องรุ่นนี้จะฟอกอากาศด้วยเทคโนโลยีพ่นอนุภาคไฟฟ้าพลาสม่าคลัสเตอร์เข้มข้น 2 เท่า  (High Density) ทำให้สามารถจัดการกับสิ่งสกปรกต่างๆ ในอากาศได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น ไวรัส แบคทีเรีย กลิ่นอับชื้น เชื้อไข้หวัดใหญ่ H1N1 รวมไปถึงสารต่างๆ ที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ทุกชนิดได้เป็นอย่างดี

7

EURUS CAP- 001W

แผ่นกรอง 3 ชั้นพร้อมระบบปรับสภาพอากาศอัตโนมัติ

สำหรับเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ EURUS CAP- 001W นั้นเป็นเครื่องที่ใช้ระบบฟอกอากาศด้วยแผ่นกรอง 3 ชั้น สามารถจัดการกับสิ่งปนเปื้อนในอากาศประเภทต่างๆ ได้อย่างหมดจด ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น Pm 2.5 ควัน กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ นอกจากนี้ยังมีถึง 4 โหมดการทำงานทำให้สามารถปรับสภาพอากาศได้อัตโนมัติ เวลาเครื่องทำงานจะส่งเสียงเพียง 30 dB ทำให้ไม่มีเสียงดังมารบกวนในขณะขับรถ

8

AutoBot Fresh

จะในรถ หรือในบ้านก็สามารถจัดการกับอากาศให้สะอาดได้อย่างไม่มีเงื่อนไข 

เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ AutoBot Fresh เรียกได้ว่าเป็นเครื่องฟอกอากาศอเนกประสงค์ เพราะว่ามีขนาดเล็ก พกพาสะดวก สามารถใช้ฟอกอากาศได้ทั้งในรถ และในบ้าน ส่วนประสิทธิภาพในการกรองนั้นได้มาจากไส้กรอง HEPA ทำให้จัดการกับฝุ่น Pm 2.5 รวมไปถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์อื่นๆ ได้อย่างรวดเร็วภายในเวลา 3 นาที มีไฟ LED แสดงสถานะของอากาศ 3 ระดับ สะอาด / ปานกลาง / แย่

9

3M  PN38816

ความสามารถขั้นสูงในการกรองอากาศจัดการกับภูมิแพ้อย่างได้ผล

3M  PN38816 เป็นเครื่องฟอกอากาศที่มาพร้อมกับระบบการกรองขั้นสูง 4 ระดับ ทำให้อากาศภายในรถยนต์กลายเป็นอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยเทคโนโลยีการกรองอากาศลิขสิทธิ์เฉพาะของ 3M ทำให้สามารถจัดการกับมลพิษ สิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ในอากาศได้ถึง 99% รวมไปถึงละอองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น ละอองเกสร ควัน ที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการภูมิแพ้ ทำให้เกิดผลดีต่อสุขภาพสำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้ รวมไปถึงคนทั่วไป

10

MTOM PM 2.5 Hepa Filter

ฟอกอากาศให้สะอาดจากพลังงานสะอาด

เครื่องฟอกอากาศภายในรถยนต์ MTOM PM 2.5 Hepa Filter นอกจากความสามารถในการฟอกอากาศด้วยไส้กรอง HEPA แล้วนั้น ยังเรียกได้ว่าเป็นเครื่องฟอกอากาศที่ค่อนข้างจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะว่านอกจากแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ทำให้สามารถใช้งานได้นานแล้ว ยังสามารถทำงานได้ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ เมื่อนำตัวเครื่องไปวางไว้ในรถบริเวณที่โดนแดดเครื่องก็จะชาร์จแบตเตอรี่ทันที รวมไปถึงระบบการทำงานอัตโนมัติที่จะเริ่มฟอกอากาศทันทีเมื่อขับรถ

เครื่องฟอกอากาศภายในรถยนต์เหมาะกับใคร

เครื่องฟอกอากาศภายในรถยนต์นั้นกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับรถยนต์ทุกคันในเขตเมืองใหญ่ หรือผู้ที่ต้องเดินทางผ่านเขตโรงงานอุตสาหกรรม เพราะว่าสภาพแวดล้อมในบริเวณนั้นจะมีมลภาวะในอากาศสูงเกินกว่าที่ระบบกรองอากาศที่ติดตั้งมาในรถยนต์จะจัดการได้ การเพิ่มเครื่องกรองอากาศภายในรถยนต์จึงกลายเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงสำหรับผู้ที่ต้องใช้งานรถยนต์ในพื้นที่เสี่ยงเหล่านั้น 

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าเครื่องฟอกอากาศภายในรถยนต์นั้นคืออุปกรณ์ที่ค่อนข้างจำเป็นสำหรับทุกคน แต่ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่จำเป็นต้องใช้เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์นั่นคือกลุ่มคนที่เป็นมีอาการภูมิแพ้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแพ้อากาศ แพ้ฝุ่น แพ้เกสรดอกไม้ เพราะว่าเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์จะดักจับสิ่งแปลกปลอมในอากาศที่เป็นสาเหตุของอาการภูมิแพ้ ทำให้อาการภูมิแพ้ก็ลดลง เนื่องจากไม่มีสาเหตุต่างๆ ที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ภายในรถยนต์นั่นเอง

วิธีการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศภายในรถยนต์

  • เลือกประเภทให้เหมาะสม เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์นั้นมีหลากหลายประเภท แต่สามารถแบ่งตามรูปแบบของการทำงานได้เป็น 2 ประเภทคือประเภทที่ปล่อยประจุไฟฟ้าออกมาเพื่อดักจับสิ่งแปลกปลอมในอากาศ และประเภทที่ดูดอากาศเข้าไปผ่านแผ่นกรองเพื่อกรองอากาศให้สะอาดแล้วปล่อยออกมา ซึ่งเครื่องกรองอากาศแบบปล่อยประจุไฟฟ้า หรือที่เรียกว่าแบบผลิตไอออนนั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นในเรื่องการกำจัดกลิ่น และฆ่าเชื้อโรค ส่วนเครื่องกรองอากาศในรถยนต์ประเภทที่ใช้แผ่นกรองนั้นเหมาะสำหรับผู้ที่เน้นในเรื่องการกำจัดฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง Pm 2.5 และละอองเกสรดอกไม้ที่จะก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ 
  • เลือกราคาที่ใช่ เครื่องฟอกอากาศภายในรถยนต์นั้นมีหลายประเภท หลายคุณภาพ หลายราคา ดังนั้นการเลือกนำมาใช้ควรดูเรื่องความเหมาะสมของราคาด้วย ดูประเภทของเครื่องฟอกอากาศที่ต้องการในราคาที่เหมาะสมมากที่สุด ไม่จำเป็นต้องซื้อของแพงมากเกินไป ควรซื้อของที่มีรูปแบบการใช้งานตรงกับความต้องการ ในราคาที่เหมาะสม 
  • เลือกระบบชาร์จที่สะดวก สำหรับเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์นั้นส่วนมากจะเป็นการชาร์จกับช่องจุดบุหรี่ภายในรถยนต์ ซึ่งบางครั้งเรามีการใช้งานช่องจุดบุหรี่นั้นอยู่แล้ว หรือไม่สะดวกที่จะหาอุปกรณ์พ่วงเพิ่มเติม เมื่อเป็นกรณีอย่างนี้การเลือกเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ที่เป็นระบบชาร์จด้วย USB หรือ ชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ก็เป็นอีกทางเลือกที่ควรพิจารณา 
  • ต้องติดตั้งได้ง่าย การติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์นั้นถ้าติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสมก็จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการฟอกอากาศได้ ซึ่งตำแหน่งติดตั้งที่นิยมคือบริเวณที่จุดบุหรี่ คอนโซลหน้า ที่วางแก้ว ที่วางแขน ซึ่งตำแหน่งในการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศภายในรถยนต์นั้นต้องไม่สร้างภาระ หรือขัดขวาง ทำให้การขับรถยนต์ตามปกติไม่ได้รับความสะดวก

คำถามที่พบบ่อยของเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์

การนำเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์มาใช้เป็นเครื่องฟอกอากาศภายในบ้านนั้นสามารถทำได้ เพียงแต่การนำเครื่องฟอกอากาศภายในรถยนต์มาใช้ภายในบ้านนั้นไม่สามารถครอบคลุมพื้นที่บริเวณกว้างได้ เนื่องจากเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ถูกออกแบบมาให้ใช้ในพื้นที่ขนาดเล็กนั่นเอง การนำมาใช้ภายในบ้านควรเลือกใช้ในพื้นที่ห้องขนาดเล็กจะเหมาะสมกว่า เพราะถ้านำไปใช้ในพื้นที่ขนาดใหญ่จะทำให้เครื่องทำงานหนักเกินไป การฟอกอากาศไม่มีประสิทธิภาพ อาจจะเกิดการเสียหายของเครื่องได้

สำหรับแผ่นกรองอากาศของเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์นั้นเหมือนกับแผ่นกรองอากาศภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นแผ่นกรอง HEPA หรือแผ่นกรองคาร์บอน สิ่งที่แตกต่างกันคือขนาดของแผ่นกรอง เนื่องจากเครื่องฟอกอากาศภายในรถยนต์มีขนาดเล็ก แผ่นกรองประเภทต่างๆ จึงมีขนาดที่เล็กกว่าแผ่นกรองของเครื่องฟอกอากาศภายในบ้านนั่นเอง ดังนั้นแผ่นกรองของเครื่องฟอกอากาศทั้ง 2 ประเภทนั้นแม้จะเป็นชนิดเดียวกันก็ไม่สามารถนำมาใช้แทนกันได้ 

ระยะเวลาในการเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศของเครื่องฟอกอากาศภายในรถยนต์นั้นจะขึ้นอยู่กับจำนวนชั่วโมงในการงานเป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น แผ่นกรอง A มีอายุการใช้งาน 400 ชั่วโมง ก็สามารถคำนวณได้ว่าถ้าขับรถวันละ 2 ชั่วโมง เมื่อขับรถครบ 200 วันหรือประมาณ 6 เดือนก็ควรเปลี่ยนไส้กรอง แต่ถ้าขับรถในบริเวณที่มีมลภาวะหนาแน่นก็ควรเปลี่ยนก่อนถึงกำหนด สิ่งสำคัญคือควรอ่านคู่มือการใช้งานให้ละเอียด ปฏิบัติตามคำแนะนำในการเปลี่ยนแผ่นกรองที่ระบุมาในคู่มืออย่างเคร่งครัด เพื่อให้สามารถใช้งานเครื่องกรองอากาศภายในรถยนต์ได้อย่างถูกต้อง และสามารถยืดอายุการใช้งานของตัวเครื่องได้

Scroll to Top