หูฟังตัดเสียงรบกวน

10 สุดยอดหูฟังตัดเสียงรบกวน ยี่ห้อไหนดี ที่คุณต้องมีประจำปี 2021

สำหรับสายบันเทิง การดูหนังฟังเพลงให้ได้อรรถรสนั้นจำเป็นต้องมีหูฟังที่มีคุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยม เพราะจะถ่ายทอดประสบการณ์ด้านเสียงให้เหมือนต้นฉบับมากที่สุด คุณภาพเสียงจะดีมากขึ้นไปอีกระดับถ้าใช้หูฟังตัดเสียงรบกวน ที่มีระบบตัดเสียงรบกวนจากภายนอก ไม่ให้ทำลายความสนุกในการรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ และยังใช้ในการประชุมออนไลน์ได้อย่างราบรื่น มาดูกันว่าหากต้องเลือกหูฟังตัดเสียงรบกวนสักอันจะมียี่ห้อไหนที่น่าสนใจ

ลองมาดูกันว่า 10 อันดับหูฟังตัดเสียงรบกวน แต่ละแบรนด์จะมีจุดเด่นอะไรบ้างที่น่าสนใจ

1

Sony WH-1000XM4

พร้อมเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว หยุดและเริ่มเล่นเพลงได้อัตโนมัติ

Sony WH-1000XM4 คุณภาพระดับพรีเมียม ดูวิดีโอออนไลน์ไม่ดีเลย์ เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.0 พร้อมระบบอัจฉริยะ เมื่อสัมผัสหูฟังระดับเสียงจะลดลงพร้อมเปิดรับเสียงรอบข้าง พูดโทรศัพท์เสียงชัดมากขึ้นด้วยไมโครโฟน 5 ตัว และเปลี่ยนการทำงานเข้าโหมด Speak to chat ที่รับเสียงรอบข้างอัตโนมัติเมื่อเริ่มพูด ปรับแต่งเสียงผ่านโทรศัพท์มือถือระบบ iOS และ Android ผ่านแอปพลิเคชัน Sony Headphones Connect รองรับ Google Assistant, Amazon Alexa และ Siri แบตเตอรี่ใช้งานได้ 38 ชั่วโมง


2

Marshall MID ANC Bluetooth Active Noise Cancelling Headphones

หูฟังตัดเสียงรบกวนเอาใจสายดนตรี

Marshall MID Active Noise Cancelling หูฟังแบบ Headphone ที่ออกแบบสวยงาม เอาใจคนชอบฟังเพลงด้วยรายละเอียดเสียงดนตรีและตัวโน้ตที่ดีเยี่ยม เพิ่มความชัดเจนในการสนทนาด้วยไมโครโฟน 4 ตัวรอบหูฟัง เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.0 สั่งใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ของตัวอุปกรณ์ได้ง่ายดายด้วยปุ่มกด หูฟังสามารถพับเก็บได้ในขนาดเล็ก พร้อมซองผ้าแคนวาสพกพาสะดวก รองรับแอปพลิเคชัน Marshall Bluetooth ผ่านอุปกรณ์ระบบ iOS และ Android


3

JBL Club 950NC Wireless Over-ear Noise Cancelling Headphones

ใช้งานได้ยืดหยุ่นมากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อทั้งแบบมีสายและไร้สาย

JBL CLUB 950NC ออกแบบด้วยวัสดุคุณภาพสูง ใส่สบาย ให้รายละเอียดเสียงดีเยี่ยมระดับโปร มีแรงขับถึง 2,000 mW โทนเสียงมีความเป็นเอกลักษณ์ของ JBL Pro Sound ให้เสียงแนวทุ้มนุ่มสบายหู เบสลึกในขณะเดียวกันก็เก็บเสียงสูงได้ดี ใช้งานได้ทุกประเภททั้งดูวิดีโอ ฟังเพลงและเล่นเกม แบตเตอรี่ใช้งานได้ต่อเนื่อง 22 ชั่วโมง เมื่อเปิดฟังก์ชันตัดเสียงรบกวน 


4

Sennheiser PXC 550-ii

ฟังก์ชันครบ ราคาคุ้มค่า

Sennheiser PXC 550-ii การออกแบบสวยงาม ฟองน้ำนุ่ม ใส่สบาย เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.0 รองรับ Codec ไร้สายคุณภาพสูง aptX เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวขณะเดินทาง เนื้อเสียงคมชัด ใส ฟังง่าย ครบครันด้วยรายละเอียดเครื่องดนตรี ไมโครโฟนรับเสียงสนทนาชัดเจน พร้อมระบบสัมผัสในการควบคุมอุปกรณ์ที่หูฟังด้านขวา รองรับการใช้งานระบบสั่งการด้วยเสียง ใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชัน Sennheiser Smart Control แบตเตอรี่ใช้ได้ต่อเนื่อง 30 ชั่วโมง พับเก็บได้พร้อมเคสกันกระแทก เหมาะสำหรับการพกพา

5

Bose Noise Cancelling Headphones 700

โดดเด่นด้วยฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนได้สูงถึง 11 ระดับ

Bose Noise Cancelling Headphones 700 ออกแบบสวยงามทันสมัย น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ให้เนื้อเสียงที่โปร่งใส พร้อมเสียงเบสเติมให้แน่นกำลังพอดี เหมาะสำหรับฟังเพลงแนว pop acoustic หรือ pop rock เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วย Bluetooth 5.0 ควบคุมได้ด้วยระบบสัมผัส ไมโครโฟนรับเสียงได้ชัดเจน แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 20 ชั่วโมง รองรับการสั่งการด้วยเสียง Google Assistant ปรับตั้งค่าหูฟังเพิ่มได้ด้วยตัวเองได้ผ่านแอปพลิเคชัน Bose Music

6

SONY Wireless Headphones WF-1000XM3

สัญญาณเสถียร ตัดเสียงรบกวนได้เกือบทุกย่านความถี่

SONY WF-1000XM3 สวมใส่กระชับสบาย คุณภาพเสียงดีคมชัดมาครบทุกรายละเอียด พร้อม DSEE HX เพิ่มคุณภาพของไฟล์เพลงให้มีความละเอียดสูงขึ้น เชื่อมต่อแยกข้างซ้ายข้างขวาได้ พร้อมโหมด Adaptive Control ตรวจจับการเคลื่อนไหวเช่นการเดิน วิ่งหรืออยู่ในรถโดยสารและปรับเสียงตามสภาพแวดล้อม มีระบบ ambient sound ฟังเสียงรอบตัวในขณะใส่หูฟังให้เสียงชัดเจน ควบคุมด้วยระบบสัมผัส แบตเตอรี่ใช้ได้สูงสุด 32 ชั่วโมง รองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Assistant

7

Jabra Elite 85T – Titanium Black

หูฟังระบบสัมผัส รายละเอียดเสียงดี ฟังเพลงสนุก

หูฟัง Jabra Elite 85T ฟังเพลงสนุกด้วย Driver ขนาดใหญ่ 12 มิลลิเมตร เปิดปิดการได้ยินเสียงรอบข้างได้ดังใจ พร้อมไมโครโฟน 6 ตัว มาตรฐานกันน้ำ IPX4 ป้องกันละอองน้ำจากทุกทิศทาง ใช้งานได้แม้ฝนตกปรอย รองรับการชาร์จไร้สายพร้อมระบบชาร์จเร็วด้วย USB-C ชาร์จเพียง15 นาที ใช้งานได้ 60 นาที พร้อมแอปพลิเคชัน Jabra Sound+ ปรับแต่งรูปแบบเสียงได้ตามต้องการ รับประกันศูนย์ไทย 2 ปี

8

Apple Airpods Pro

ออกแบบสวยงามทันสมัย ไม่อึดอัดขณะสวมใส่

Apple Airpods Pro ตัดเสียงรบกวนได้กว่า 90% พร้อมโหมด Transparency ฟังเสียงภายนอกชัดเจนแม้ใส่หูฟัง ควบคุมการใช้งานแบบบีบที่ก้าน ให้เสียงใส โทนเย็น พร้อมระบบเสียงแบบ Spatial Audio ในอุปกรณ์ iOS14 และ iPadOS 14 เมื่อรับชมภาพยนตร์ผ่าน Apple TV เสียงจะปรับตามการขยับศีรษะ กันน้ำในระดับ IPX4 เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ iOS และ Android อย่างมีเสถียรภาพ รองรับการชาร์จไร้สายและการชาร์จเร็ว แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่อง 4.5 ชั่วโมง

9

OPPO Enco Free True Wireless Headphones

ใส่สบาย น้ำหนักเพียง 4.6 กรัมต่อข้าง ราคาสุดคุ้มค่า

OPPO Enco Free ตอบโจทย์การฟังเพลงแบบทั่วไปได้ดี เล่นเกมไม่มีดีเลย์ มีจุกให้เปลี่ยนได้หลายขนาดตามความต้องการ ไมโครโฟนคู่พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนถูกออกแบบให้ยื่นออกมาตอบโจทย์การคุยโทรศัพท์ได้ชัดเจน ใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ง่ายดายด้วยระบบสัมผัส กันน้ำระดับ IPX6 มีไฟบอกสถานะแบตเตอรี่คงเหลือที่เคส สีเขียวหมายถึงแบตเตอรี่เต็มพร้อมใช้งาน ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 25 ชั่วโมง

10

Mi True Wireless Earphones 2 Basic (White) Xiaomi

มาพร้อมเซนเซอร์ตรวจจับใบหู เปิด-ปิดเพลงอัตโนมัติ ราคาสบายกระเป๋า

Mi True Wireless Earphones 2 Basic ออกแบบเรียบง่าย เชื่อมต่อรวดเร็วทันทีที่เปิดเคสด้วยระบบ Bluetooth 5.0 แบตเตอรี่ใช้งานสูงสุดข้างละ 5 ชั่วโมง ชาร์จผ่าน USB-C พร้อมไมโครโฟนคู่ ตัดเสียงรบกวนให้เสียงสนทนาชัดเจน ใช้งานด้วยระบบสัมผัส รายละเอียดเสียงครบ ให้เสียงสูงชัดเจนเสียงกลางและเสียงต่ำหนักแน่นด้วย dynamic driver ขนาด 14.2 มิลลิเมตร ฟังก์ชันครบเหมาะกับการใช้งานในทุก ๆ ไลฟ์สไตล์

วิธีการเลือกซื้อหูฟังตัดเสียงรบกวน

  •  ประเภทของหูฟัง การเลือกหูฟังตัดเสียงรบกวน ควรเลือกประเภทของหูฟังที่เหมาะสมกับความต้องการใช้งานเป็นหลัก ว่าต้องการคุณภาพเสียงที่เป็นเยี่ยม เพื่อความผ่อนคลายและความเป็นส่วนตัว หรือต้องการใช้งานโดยเน้นการพกพาสะดวกเป็นหลัก ประเภทของหูฟังมีให้เลือกหลัก ๆ สองแบบดังนี้ 
    • หูฟังตัดเสียงรบกวนแบบ In-Ear หรือ Earbuds ราคาประหยัด เหมาะสำหรับการพกพาอย่างมาก โดดเด่นด้วยขนาดของอุปกรณ์ที่เล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบามากสามารถใส่ในกระเป๋าเสื้อได้ ใช้งานต่อเนื่องได้นานโดยไม่บีบหู โดยอุปกรณ์นี้จะตัดเสียงรบกวนจากการออกแบบจุกหูฟัง โดยหูฟังแบบ In-Ear จะมีประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนได้ดีกว่าแบบ Earbuds เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปหรือการใช้งานขณะออกกำลังกายเพราะกันน้ำได้ 
    • หูฟังตัดเสียงรบกวนแบบ Headphone จะเป็นหูฟังขนาดใหญ่ มีการออกแบบทั้งแบบใส่แนบหู หรือใส่ครอบหู ส่งผลให้การตัดเสียงรบกวนจากภายนอกทำได้อย่างดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการเดินทางไกลที่ต้องการความเป็นส่วนตัว หูฟังแบบนี้มีข้อเสียคือน้ำหนักมาก อาจเกิดความเมื่อยล้าขณะใช้งาน นอกจากนี้การพกพาอาจทำได้ไม่สะดวกเท่าแบบ In-ear อาจพิจารณาเลือกหูฟัง Headphone ที่พับได้และมีเคสกันกระแทกเพื่อการพกพาที่สะดวกมากขึ้น
  • ขนาดและน้ำหนัก ควรพิจารณาถึงพื้นที่จัดเก็บขณะเดินทางเพื่อเลือกขนาดและน้ำหนักที่เหมาะสม ไม่ควรเลือกรุ่นที่มีขนาดใหญ่ หรือน้ำหนักมากเกินไป ไม่เช่นนั้นอาจจะเป็นอุปสรรคในการพกพาไปใช้นอกสถานที่ 
  • ความจุของแบตเตอรี่ ในปัจจุบันหูฟังตัดเสียงรบกวนมักจะมาในแบบไร้สาย ต้องชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มเพื่อความบันเทิงที่ไม่สะดุด ควรพิจารณาถึงความจุแบตเตอรี่ของตัวหูฟังเพื่อรองรับชั่วโมงการใช้งานที่ยาวนาน ซึ่งยิ่งแบตเตอรี่มีความจุมากก็ต้องแลกมากับขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก ดังนั้นอาจพิจารณาหูฟังที่มีเคสชาร์จ ที่สามารถชาร์จได้หลายรอบ เพื่อการใช้งานที่ต่อเนื่อง  
  • ประสิทธิภาพไมโครโฟน เพื่อการสนทนาที่ชัดเจน ควรเลือกอุปกรณ์ที่มีไมโครโฟนคุณภาพสูงที่ตัดเสียงรบกวนได้ดี เพื่อให้เสียงจากบรรยากาศภายนอกไม่เข้าไปรบกวนการสนทนา ซึ่งในหูฟังคุณภาพสูงก็จะมีไมโครโฟนหลายตัว รับเสียงได้รอบทิศทางมากกว่า เหมาะสำหรับธุรกิจติดต่อสื่อสารหรือสายเกม
  • ฟังก์ชันการใช้งาน เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดีเยี่ยมและสะดวกสบายมากขึ้น อาจพิจารณาเลือกหูฟังที่มีฟังก์ชันการใช้งานอัจฉริยะที่หลากหลาย เช่นการปรับเปลี่ยนการตัดเสียงรบกวนแบบอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อมหรือกิจกรรม เช่นเปลี่ยนตามแรงกดอากาศเวลาอยู่บนเครื่องบิน (Atmospheric Pressure Optimizing) หรือการเปิดรับฟังเสียงประกาศจากภายนอกเพียงปลายนิ้วสัมผัส หรือแม้แต่การเล่นเพลงหรือหยุดเพลงอัตโนมัติเมื่อใส่และถอดหูฟัง

คำถามที่พบบ่อยของหูฟังตัดเสียงรบกวน

หูฟังตัดเสียงรบกวนจะมีฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนด้วยระบบ active noise cancelling โดยการแปลงสัญญาณเสียงรบกวนเป็นคลื่นเสียงดิจิตอลและปล่อยสัญญาณเสียงแบบกลับด้านออกมาทำให้เกิดการหักล้างกันของคลื่นเสียงรบกวน ทำให้ฟังเพลงในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังได้ชัดโดยไม่ต้องเพิ่มระดับเสียงจากแหล่งกำเนิดเสียงนอกจากนี้อาจมีการตัดเสียงรบกวนโดยผ่านตัวกลางเช่น การใช้จุกยาง หรือซิลิโคนปิดกั้นเสียงจากภายนอก

หูฟังตัดเสียงรบกวนมีการทำงานหลัก ๆ สองแบบ

  • Active Noise Cancelling ตัดเสียงรบกวนด้วยพลังงานไฟฟ้า ใช้คลื่นดิจิตอลไฟฟ้าภายในหูฟังหักล้างคลื่นเสียงรบกวนเพื่อลดทอนเสียงรอบข้างให้เบาลง
  • Passive Noise Isolation เป็นการตัดเสียงรบกวนโดยไม่ใช้พลังงานไฟฟ้าผ่านตัวกลางที่มีคุณสมบัติในการป้องกันเสียง เช่น ซิลิโคนหรือฟองน้ำ

ระบบการตัดเสียงรบกวนแบบ active noise cancelling มีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานทั้งทางด้านความปลอดภัยต่อการได้ยินและการลดระดับความตึงเครียดโดย ดังนี้

  • ลดความเสี่ยงการสูญเสียการได้ยิน ฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนทำให้ผู้ใช้งานหูฟังได้รับความบันเทิงอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเพิ่มระดับเสียงจากแหล่งกำเนิดเสียง เป็นการลดความเสี่ยงจากการสูญเสียการได้ยินอันเกิดจากการฟังเสียงที่ดังเกินไปต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน
  • พักผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้ใช้จะรู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้นเพราะได้ยินเสียงรบกวนจากภายนอกลดลง เช่นเสียงรถ เสียงแตร ไม่ควรเปิดระดับการตัดเสียงรบกวนที่ระดับสูงสุดหากต้องเดินถนนเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ
  • ช่วยให้จดจ่อกับสิ่งตรงหน้ามากขึ้น เสียงรบกวนภายนอกอาจทำให้เสียสมาธิและลดประสิทธิภาพการทำงานระบบนี้จะช่วยให้ทำงานได้ในสภาวะแวดล้อมที่สงบมากขึ้น

แหล่งอ้างอิง

https://www.hiso.or.th

http://203.158.7.72:8080

Scroll to Top