น้ํามันเครื่อง

10 สุดยอดน้ำมันเครื่อง ยี่ห้อไหนดี ที่คุณต้องมีประจำปี 2021

หลายๆ คนยังไม่รู้ว่าน้ำมันเครื่องนั้นมีหน้าที่อย่างไร เพียงรู้แค่ว่าต้องเปลี่ยนถ่ายตามเวลาที่กำหนด ซึ่งหน้าที่ของมันคือ “น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์” ที่ทำหน้าที่ในการหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ ภายในเครื่องยนต์เพื่อไม่ให้สัมผัสกันโดยตรงเพื่อป้องกันการสึกหรอ รวมไปถึงยังมีส่วนช่วยเรื่องระบายความร้อนจากระบบต่างๆ ภายในเครื่องยนต์อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นสารที่เครื่องยนต์ทุกชนิดขาดไม่ได้ ลองมาดูกันว่าสำหรับปี 2021 นั้นมีน้ำมันเครื่องแบรนด์ไหนบ้างที่ควรหามาใช้งาน

ลองมาดูกันว่าสำหรับปี 2021 นั้นมีน้ำมันเครื่องแบรนด์ไหนบ้างที่ควรหามาใช้งาน

1

PTT PERFORMA Super Synthetic 

ปกป้องทุกเครื่องเบนซินด้วยน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% 

สำหรับ PTT PERFORMA Super Synthetic เป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% จากปตท. ซึ่งรับประกันในคุณภาพด้วยค่ามาตรฐานสูงสุด API SN ใช้กับเครื่องยนต์เบนซินได้ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นรถเก่า หรือรถใหม่ อีกทั้งยังสามารถเลือกค่าความหนืดให้เหมาะสมกับรถแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็น 0W-30 สำหรับรถใหม่ที่ยังวิ่งไม่ถึง 100,000 กิโลเมตร หรือ 0W-40 สำหรับรถที่วิ่งมาแล้วเกิน 100,000 กิโลเมตร 


2

CALTEX Havoline ProDS ECO 

เพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ 

CALTEX Havoline ProDS ECO เป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% อีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมมากในประเทศไทย คุณภาพของน้ำมันรุ่นนี้มาจากกระบวนการผลิตด้วย Deposit Shield® Technology อีกทั้งยังมีส่วนผสมที่ลงตัวของน้ำมันพื้นฐานสังเคราะห์ และน้ำมันพื้นฐานที่มีค่าความบริสุทธิ์สูง มีมาตรฐานสูงสุด API SN ช่วยเพิ่มสมรรถนะให้กับเครื่องยนต์ รวมไปถึงปกป้องเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงช่วยให้มีการประหยัดเชื้อเพลิงในการใช้งานได้อีกด้วย


3

Valvoline champ extra 4-AT 

น้ำมันเครื่องสูตรสังเคราะห์สำหรับรถมอเตอร์ไซค์ Automatic 

สำหรับ Valvoline champ extra 4-AT  เป็นน้ำมันเครื่องสูตรสังเคราะห์สำหรับมอเตอร์ไซค์ 4 จังหวะแบบ Automatic โดยเฉพาะ สามารถใช้ได้ทุกรูปแบบเครื่องยนต์ไม่ว่าจะเป็นแบบหัวฉีด หรือแบบคาร์บูเรเตอร์ ผลิตด้วยเทคโนโลยี 4-Tech Chemistry เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้เหนือกว่าระดับมาตรฐาน ด้วยฟิล์มชนิดพิเศษที่ทนความร้อนได้สูงมาก ลดแรงเสียดทานที่เกิดจากการทำงานของเครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดี ช่วยให้เครื่องยนต์สะอาด ปราศจากคราบเขม่า ลดการสึกหรอ ทำงานได้อย่างเต็มที่ 


4

LIQUI MOLY SPECIAL TEC AA 5W-30 

ถ่ายทอดเทคโนโลยีการปกป้องจากสนามแข่งสู่รถของคุณ 

LIQUI MOLYนั้นเป็นแบรนด์ได้รับการยอมรับเรื่องของคุณภาพเป็นอย่างดีในวงการแข่งรถ ซึ่ง LIQUI MOLY SPECIAL TEC AA 5W-30 เป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% สำหรับเครื่องยนต์เบนซินที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการปกป้องเครื่องยนต์มาจากในสนามแข่ง สามารถใช้งานได้กับรถทุกประเภท ทุกแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Eco Car หรือรถใช้งานตามปกติ รวมไปถึงรถที่มีระบบอัดอากาศพิเศษอย่างเช่น Turbocharger หรือ Catalytic converter เพื่อให้เครื่องยนต์มีความไหลลื่น สะอาด ทนทาน มีประสิทธิภาพ 

5

FURIO F2 DIESEL 

เพิ่มความทนทานให้กับเครื่องยนต์ดีเซลได้อย่างยอดเยี่ยม 

สำหรับ FURIO F2 DIESEL เป็นน้ำมันเครื่องชนิดกึ่งสังเคราะห์สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล ถูกผลิตขึ้นมาด้วย Respoplex Technology ที่รองรับการทำงานหนักอย่างต่อเป็นระยะเวลานานๆ  และแรงบิดที่สูงกว่ารถประเภทอื่นๆ ของเครื่องยนต์ดีเซลโดยเฉพาะ ด้วยเนื้อฟิล์มพิเศษที่มีความแข็งแรง ช่วยให้ปกป้องการสึกหรอได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ มีค่าความหนืด 2 ระดับ คือ 10W-30 และ 15W-40

6

SHELL Helix HX7 

สร้างมาสำหรับปกป้องเครื่องยนต์จากปัญหารถติดโดยเฉพาะ 

SHELL Helix HX7 เป็นน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ที่ผลิตจากน้ำมันสังเคราะห์ และน้ำมันแร่ทำให้มีประสิทธิภาพมากกว่าน้ำมันที่ผลิตจากน้ำมันแร่เพียงอย่างเดียว ซึ่งน้ำมันตัวนี้มีจุดเด่นในเรื่องการปกป้องเครื่องยนต์สำหรับรถที่ใช้งานในเมืองซึ่งต้องเผชิญภาวะรถติด การเบรกบ่อย ซึ่งทำให้เครื่องยนต์ของรถคุณนั้นต้องทำงานหนักกว่าการขับแบบปกติ อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้ดีในทุกสภาพอากาศ และใช้งานได้กับน้ำมันเบนซินผสมเอทานอลทุกประเภทอีกด้วย 

7

Motul H-Tech 100 4T

บิดคันเร่งได้อย่างมั่นใจ ด้วยการปกป้องเครื่องยนต์อย่างเต็มประสิทธิภาพ 

สำหรับ Motul H-Tech 100 4T เป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% ค่าความหนืด 10W-40 ที่ถูกออกแบบมาสำหรับเครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซค์ 4 จังหวะโดยเฉพาะ สามารถใช้งานได้กับรถมอเตอร์ไซค์ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ รองรับทุกรูปแบบการใช้งานไม่ว่าจะเป็นการใช้งานธรรมดา หรือการงานหนัก มั่นใจในประสิทธิภาพการป้องกันด้วยมาตรฐาน API SN / JASO MA2 มีอายุการใช้งานยาวนาน ช่วยให้เครื่องยนต์สะอาด

8

PTT Dynamic Commonrail 

น้ำมันเครื่องที่ออกแบบมาสำหรับเครื่อง Commonrail โดยเฉพาะ 

สำหรับ PTT Dynamic Commonrail เป็นน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลแบบ Commonrail ซึ่งเป็นเครื่องยนต์รูปแบบพื้นฐานของรถกระบะแทบรุ่นใหม่แทบทุกรุ่น ซึ่งน้ำมันตัวนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ ช่วยประหยัดน้ำมัน ลดการสึกหรอ ช่วยให้เครื่องยนต์สะอาด รวมไปถึงเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ให้ไหลลื่นมากขึ้น รองรับการทำงานที่หนักกว่าปกติของเครื่อง Commonrail ได้เป็นอย่างดี 

9

ZIC X7 SAE 10W-40 

น้ำมันเครื่องที่เหมาะสมกับรถยนต์ยุคใหม่ 

ZIC X7 SAE 10W-40 เป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% มีค่าความหนืดที่ 10W-40 โดยน้ำมันรุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการทำงานของเครื่องยนต์ยุคใหม่ รวมไปถึงเครื่องยนต์ไฮบริด (Hybrid Car) ได้เป็นอย่างดี ช่วยให้เครื่องยนต์สะอาด ใช้งานได้ยาวนาน ปกป้องไม่ให้เกิดการสึกหรอ และความพิเศษคือมีอายุการเปลี่ยนถ่ายที่ยาวนานถึง 12,000 กิโลเมตร เรียกได้ว่ามากกว่าน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% แบบอื่นๆ ถึง 2,000 กิโลเมตรเลยทีเดียว

10

TOYOTA 10W-30SN 

น้ำมันเครื่องคุณภาพสูงจากผู้ผลิต Toyota 

สำหรับ TOYOTA 10W-30SN เป็นน้ำมันเครื่องแบบกึ่งสังเคราะห์มาตรฐาน API-SN จากบริษัทรถยนต์ที่มียอดขายเป็นอันดับต้นๆ ของโลกอย่าง Toyota โดยตรง ซึ่งน้ำมันตัวนี้แน่นอนว่าสามารถใช้กับเครื่องเบนซินของ Toyota ทุกรุ่นได้อย่างแน่นอน แต่ก็ยังสามารถใช้งานกับรถยนต์แบรนด์อื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน ทนความร้อนสูง ลดการสึกหรอภายในเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์มีอายุการใช้งานที่นานขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างไหลลื่นในทุกสภาพอากาศ และทุกสภาพถนน 

วิธีการเลือกซื้อน้ำมันเครื่อง

  • เลือกจากประเภทของเครื่องยนต์ เครื่องยนต์ที่นิยมใช้งานมากที่สุดในโลกยุคปัจจุบันมีอยู่ 2 ประเภทคือเครื่องยนต์ดีเซล และเครื่องยนต์เบนซิน การเลือกน้ำมันเครื่องมาใช้สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือเลือกน้ำมันเครื่องให้ตรงกับประเภทของเครื่องยนต์ ซึ่งน้ำมันเครื่องของเครื่องยนต์ทั้ง 2 ประเภทนี้จะมีคุณสมบัติต่างๆ ที่แตกต่างกันไปตามคุณสมบัติของเครื่องยนต์นั่นเอง ดังนั้นการเลือกน้ำมันเครื่องต้องเลือกให้ถูกประเภท 
  • เลือกจากประเภทของน้ำมันเครื่อง สำหรับการเลือกใช้น้ำมันเครื่องนั้นควรเลือกประเภทของน้ำมันเครื่องที่เหมาะสมกับรูปการใช้งานรถในชีวิตประจำวันด้วย ซึ่งน้ำมันเครื่องนั้นมีอยู่ 3 ประเภทได้แก่น้ำมันเครื่องธรรมดา / น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ และน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% โดยน้ำมันเครื่องทั้ง 3 ประเภทจะมีคุณสมบัติ ราคา และอายุการใช้งานที่แตกต่างกันไป โดยน้ำมันเครื่องธรรมดาจะมีความสามารถในการปกป้อง และอายุการใช้งานน้อยที่สุด น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์จะมีอายุการลาน และความสามารถในการปกป้องปานกลาง ส่วนน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% เป็นน้ำมันเครื่องที่มีคุณภาพสูงที่สุด และมีราคาสูงที่สุดเช่นกัน 
  • เลือกจากค่าความหนืด ค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องคือมาตรฐานของน้ำมันเครื่องส่งผลต่อการหล่อลื่นๆ และลดการสึกหรอของเครื่องยนต์โดยตรงนั่นเอง ซึ่งค่าความหนืดนั้นจะเป็นตัวเลข 2 ชุด อย่างเช่น 5W 40 / 10W 50 เป็นต้น ซึ่งตัวเลขในตำแหน่งแรกคือ 5W นั้นคือค่าการไหลของน้ำมันเครื่องในอุณหภูมิต่างๆ ยิ่งมีตัวเลขน้อยยิ่งใช้งานได้อุณหภูมิที่ต่ำ ยกตัวอย่างค่า 5W นั้นน้ำมันเครื่องสามารถทำงานได้โดยไม่เป็นไขในอุณหภูมิถึง -30 องศาเลยทีเดียว ส่วนตัวเลขตำแหน่งหลังที่จะเป็น 40 / 50 / 60 นั้นหมายถึงค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องนั้นๆ ที่ส่งผลต่อการปกป้องเครื่องยนต์โดยตรง โดยรถแต่ละประเภทก็จะเหมาะสมกับค่าความหนืดที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่นรถใหม่นั้นสามารถใช้ค่าความหนืดที่ 20 – 30 แต่รถที่ใช้งานหนัก หรือรถเก่าจะใช้ค่าความหนืดที่ 50 – 60 นั่นเอง 
  • เลือกจากมาตรฐาน สำหรับน้ำมันเครื่องที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลายในประเทศไทยนั้นจะมีมาตรฐาน API เป็นสิ่งบ่งบอกคุณภาพไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน หรือเครื่องยนต์ดีเซล ดังนั้นการเลือกน้ำมันเครื่องมาใช้งานจึงจำเป็นต้องเลือกน้ำมันเครื่องที่มีมาตรฐาน API ประเภทต่างๆ รับรอง ไม่ควรเลือกน้ำมันเครื่องที่ไม่มีมาตรฐาน API มาใช้งาน

คำถามที่พบบ่อยของน้ำมันเครื่อง

สำหรับการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องนั้นมีการกำหนดวงรอบของการเปลี่ยนถ่ายไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระยะทางในการขับขี่ หรือระยะเวลานับตั้งแต่การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องครั้งล่าสุด ซึ่งสำหรับการใช้งานแบบปกตินั้นจะมีระยะเวลาในการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องแต่ละรูปแบบดังนี้ 

  • น้ำมันเครื่องแบบธรรมดา เป็นน้ำมันเครื่องสำหรับรถที่ใช้งานไม่หนัก จะมีระยะเวลาเปลี่ยนถ่ายอยู่ที่ 4 เดือน หรือระยะทาง 5,000 – 7,000 กิโลเมตร 
  • น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ เป็นน้ำมันเครื่องระดับกลาง เหมาะสำหรับรถที่ใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน จะมีระยะเวลาเปลี่ยนถ่ายอยู่ที่ 6 เดือน หรือระยะทาง 7,000 – 10,000 กิโลเมตร 
  • น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100% เป็นน้ำมันเครื่องที่มีระดับการปกป้องสูงที่สุด เหมาะสำหรับรถที่มีการใช้งานหนัก และใช้งานอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน จะมีระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องอยู่ที่ 9 เดือน หรือระยะทาง 10,000 – 15,000 กิโลเมตร  

 

สำหรับน้ำมันเครื่องนั้นนอกจากดูที่ระยะทาง และระยะเวลาแล้ว การสังเกตความผิดปกติที่จะบ่งชี้ได้ว่าน้ำมันเครื่องเริ่มมีการเสื่อมสภาพเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องหมั่นสังเกต เพราะว่าการใช้งานหนักจะทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกตินั่นเอง ข้อสังเกตว่าน้ำมันเครื่องเริ่มเสื่อมสภาพแล้วนั้นสามารถดูได้จากหลากหลายส่วนประกอบไม่ว่าจะเป็นเสียงเครื่องยนต์ที่จะมีเสียงดังผิดปกติ เพราะมีการเสียดสีภายในเครื่องยนต์มากขึ้น อัตราเร่งที่ผิดปกติ เร่งไม่ขึ้น เนื่องจากมีคราบเขม่าต่างๆ ภายในเครื่องยนต์ รถมีการกินน้ำมันมากยิ่งขึ้น การขับรถให้ความรู้สึกว่าหนัก ไม่ลื่นไหล เมื่อรถมีอาการเหล่านี้ควรตรวจสอบ และเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทันทีที่ทำได้ 

เรื่องนี้เป็นข้อถกเถียงกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นเรื่องจริง และไม่จริงในตัวเอง เนื่องจากการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องในศูนย์บริการมาตรฐานนั้นจะได้รับการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องที่คุณภาพเหมาะสมกับรถรุ่นนั้นๆ มากที่สุด ในราคาที่เหมาะสมมากที่สุด แต่ไม่ใช่น้ำมันเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องด้วยตัวเองนอกศูนย์บริการนั้นจะสามารถเลือกน้ำมันเครื่องคุณภาพสูงกว่ามาตรฐานของศูนย์บริการมาเปลี่ยนได้นั่นเอง เรียกว่าถ้านำมาเปลี่ยนเองจะสามารถเลือกน้ำมันเครื่องได้ตามต้องการ ไม่ต้องยึดติดกับมาตรฐานของศูนย์บริการ แต่การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องด้วยตัวเองโดยไม่เข้าศูนย์บริการนั้นมีข้อควรระวังคือถ้าเป็นรถใหม่ และยังอยู่ในระยะเวลาของการรับประกันอาจทำให้การรับประกันสิ้นสุดลงได้ ดังนั้นถ้าเป็นรถใหม่ที่อยู่ในระยะการรับประกันควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องในศูนย์บริการมาตรฐาน 

Scroll to Top