ตู้หนังสือ

10 สุดยอดตู้หนังสือ ยี่ห้อไหนดี ที่คุณต้องมีประจำปี 2021

“การอ่านหนังสือคือการเปิดโลกกว้างโดยที่ไม่ต้องเดินทาง” คำพูดนี้ย่อมเป็นความจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ เนื่องจากภายในหนังสือนั้นคือความรู้ และประสบการณ์ต่างๆ ที่ผู้เขียนได้ถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือนั่นเอง สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการอ่านหนังสือนั้นย่อมต้องการเก็บหนังสือที่มีให้เป็นระเบียบเรียบร้อย หยิบอ่านได้ง่าย ทำให้ตู้หนังสือเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีในบ้านของเหล่าหนอนหนังสือทั้งหลาย ลองมาดูกันว่าในปี 2021 มีตู้หนังสือยี่ห้อไหนบ้างที่ควรมีไว้ใช้งาน

ลองมาดูกันว่า 10 อันดับตู้หนังสือ แต่ละแบรนด์จะมีจุดเด่นอะไรบ้างที่น่าสนใจ

1

Hakone Wooden Bookshelf 6-Layer

ชั้นวางหนังสือสไตล์โมเดิร์นที่ลงตัว

สำหรับ Hakone Wooden Bookshelf 6-Layer เป็นตู้หนังสือแบบ 6 ชั้น 9 ช่อง ที่ถูกออกแบบมาในสไตล์โมเดิร์นได้อย่างลงตัว ทำให้เข้ากับการตกแต่งห้องได้หลากหลายรูปแบบ สามารถใช้วางหนังสือ รวมไปถึงใช้วางสิ่งของต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ตู้รุ่นนี้มีช่องเก็บของด้านล่างเพื่อเพิ่มประโยชน์ใช้สอยให้มากยิ่งขึ้น ตัวตู้มีขนาดรวมทั้งหมด 47 x 20 x 125 เซนติเมตร ผลิตจากไม้อัด MDF คุณภาพสูง เคลือบผิวด้วย PVC ทำให้มีความทนทานมากยิ่งขึ้น กันความชื้น และรอยขีดข่วน


2

Deli – Magazine rack

น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก

Deli – Magazine rack เป็นตู้หนังสือที่เหมาะสำหรับวางนิตยสารต่างๆ รวมไปถึงหนังสือพิมพ์แบบ 4 ชั้น ขนาดรวม 48 x 36 x 145 เซนติเมตร ซึ่งจุดเด่นของตู้รุ่นนี้คือสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย เนื่องจากมีน้ำหนักเบา และมีล้อเลื่อนด้านล่าง ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนไปวางไว้ในมุมต่างๆ ของบ้านได้สะดวก สำหรับวัสดุที่นำมาผลิตนั้นเป็นสเตนเลสคุณภาพสูง มีความแข็งแรงทนทาน รับน้ำหนักได้มาก นอกจากนี้ยังมีชั้นกันหนังสือตกถึง 2 ชั้น


3

BILLY OXBERG

เรียบหรู ดูดี ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

สำหรับ BILLY OXBERG นั้นเป็นตู้หนังสือที่ถูกสร้างมาให้เรียบหรู ดูดี ตามสไตล์ของ IKEA นั่นเอง โดยตู้รุ่นนี้เป็นตู้แบบทึบคู่ที่มีบานปิดเป็นกระจก ขนาดรวมของตู้คือ 202 x 160 x 76 เซนติเมตร เรียกได้ว่าเป็นตู้ที่มีขนาดใหญ่พอสมควร ซึ่งตู้รุ่นนี้สามารถปรับระยะห่างระหว่างชั้นได้ตามความต้องการ รวมไปถึงบานพับที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ทั้งแนวตั้ง และแนวนอน นอกจากจะใช้เก็บหนังสือแล้ว ยังสามารถใช้เก็บของอื่นได้อีกด้วย และที่สำคัญคือการเป็นตู้ที่มีบานปิดนั้นจะช่วยให้หนังสือที่คุณรักปราศจากฝุ่น


4

Living Zone

ตู้หนังสือไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย

Living Zone เป็นตู้หนังสือทำมาจากไม้จริง ถูกออกแบบมาให้มีความโปร่งโล่ง ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย เหมาะสำหรับการตกแต่งบ้านในหลากหลายรูปแบบ โดยตู้รุ่นนี้เป็นแบบ 6 ชั้น มีขนาด 90 x 26 x 170 เซนติเมตร ด้วยคุณสมบัติของไม้จริงทำให้มีความแข็งแรง ทนทาน รับน้ำหนักได้สูง อีกทั้งยังมีการเคลือบหน้าไม้เพื่อช่วยป้องกันความชื้น รอยขีดข่วน และช่วยให้การทำความสะอาดทำได้อย่างง่ายดาย

5

WINNER FURNITURE Buffet KOBE

ตู้หนังสือแบบกระจกนิรภัย มั่นใจได้ในความปลอดภัย

สำหรับ WINNER FURNITURE Buffet KOBE นั้นเป็นตู้หนังสือ 6 ชั้นแบบมีบานเปิด โดยจุดเด่นของตู้รุ่นนี้คือกระจกตู้นั้นทำมาจากกระจกนิรภัย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้เป็นอย่างดีเมื่อเกิดอุบัติเหตุกระจกแตก เนื่องจากกระจกประเภทนี้จะไม่มีความคมจนทำให้เกิดอันตรายนั่นนั่นเอง รวมไปถึงป้องกันฝุ่นได้ดี ตัวตู้มีขนาด 90 x 40 x 180 เซนติเมตร ผลิตมาจากไม้ PB คุณภาพสูงปิดผิวด้วยเมลามีนเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ทนทาน ป้องกันความชื้น และรอยขีดข่วน

6

Vintage Passion Seaspell

ตู้หนังสือทรงสูงที่ช่วยประหยัดพื้นที่ได้อย่างยอดเยี่ยม 

Vintage Passion Seaspell นั้นเรียกได้ว่าเป็นตู้หนังสือทรงสูงสไตล์วินเทจที่โดดเด่นด้วยลายไม้ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนใคร ตัวตู้เป็นแบบ 6 ชั้น ไม่มีบานปิด ขนาด 40 x 41 x 210 เซนติเมตร ซึ่งกินพื้นที่ไม่มาก แต่เพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บหนังสือได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถจัดวางได้หลากหลายพื้นที่ภายในห้อง โดยไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด วัสดุทำมาจากไม้จริงที่มีความแข็งแรงทนทาน มีอายุการใช้งานยาวนาน

7

H-MORE Cabinet5

ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เหมาะสมในทุกพื้น

สำหรับ H-MORE Cabinet5 นั้นเป็นตู้หนังสืออีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ เนื่องจากตู้รุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้มีความเรียบง่าย ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ รวมไปถึงยังสามารถเข้ากันได้ดีกับการตกแต่งบ้านทุกสไตล์ ตัวตู้มีขนาด 60 x 30 x 185.5 เซนติเมตร 5 ชั้น ผลิตมาจากพาร์ทิเคิลบอร์ดไม้จริง E1 ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และปิดผิวด้วยเมลามีนมาตรฐานเยอรมนี ทำให้มีความแข็งแรง ทนทาน ทนความชื้น รวมไปถึงป้องกันรอยขีดข่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

8

RINA HEY KAIZER

ตู้เก็บหนังสือสไตล์ผสมผสาน ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัว

RINA HEY KAIZER เป็นตู้หนังสือสไตล์ผสมผสานระหว่างตู้แบบโปร่ง และตู้แบบบานปิด ทำให้สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางหนังสือในส่วนที่โปร่งเพื่อให้หยิบใช้งานได้ง่าย หรือเก็บหนังสือในส่วนที่มีบานปิดเพื่อป้องกันฝุ่น เรียกได้ว่าช่วยเพิ่มความเป็นระเบียบให้กับบ้านได้เป็นอย่างดี ตู้รุ่นนี้มีขนาด 45 x 30 x 200 เซนติเมตร ผลิตจากไม้อัดคุณภาพสูงเคลือบปิดผิวด้วยเมลามีน เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ทนความชื้น ป้องกันรอยขีดข่วน

9

KONCEPT FURNITURE Maximus

เพิ่มความเป็นระเบียบให้ห้องต่างๆ ได้อย่างลงตัว

สำหรับ KONCEPT FURNITURE Maximus เป็นตู้หนังสืออีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ เนื่องจากตู้รุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้เป็นตู้แบบบานปิดที่มีรูปทรง และสีสันเรียบง่าย เหมาะกับการตกแต่งห้องทุกรูปแบบ ตัวตู้มี 6 ชั้น ขนาดรวม 31 x 60 x 185 เซนติเมตร มาพร้อมกับบานพับคุณภาพสูงที่ผ่านการทดสอบแล้วว่าสามารถเปิดได้มากกว่า 30,000 ครั้งโดยไม่มีปัญหา

10

HAKONE Bookshelf 7 Grids

ตู้หนังสือแบบ 7 ช่องที่รับน้ำหนักได้มากถึง 40 กิโลกรัม 

HAKONE Bookshelf 7 Grids เป็นตู้หนังสือเปิดโล่งแบบ 7 ช่องที่มีขนาดรวม 50 x 24 x 118 เซนติเมตร พร้อมขาตู้สูง 12 เซนติเมตร ทำให้ตู้รุ่นนี้มีความโดดเด่นสะดุดตา นอกจากการใช้วางหนังสือ หรือสิ่งของต่างๆ แล้ว ยังเหมาะสำหรับการนำไปใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์ประดับห้อง ตัวตู้ผลิตมาจากไม้อัด MDF คุณภาพสูง ส่วนขาตู้ทำมาจากไม้สนแท้ ปิดผิวด้วยเมลามีน มีความคงทนแข็งแรง ใช้งานได้ยาวนาน ทนความชื้น ป้องกันรอยขีดข่วน

วิธีการเลือกซื้อตู้หนังสือ

  • เลือกจากประเภทของตู้หนังสือ สำหรับตู้หนังสือที่ได้รับความนิยมนั้นจะแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือตู้หนังสือแบบเปิดโล่ง และตู้หนังสือแบบบานปิด ซึ่งตู้หนังสือทั้ง 2 ประเภทนั้นสามารถจัดเก็บหนังสือ และสิ่งของต่างๆ ได้เหมือนกัน แต่จะแตกต่างกันที่รายละเอียดของการเปิด / ปิดตู้หนังสือนั่นเอง โดยตู้หนังสือแบบเปิดโล่งนั้นจะเป็นตู้ที่ไม่มีบานปิด สามารถหยิบหนังสือได้ง่าย รวมไปถึงวางสิ่งของต่างๆ สำหรับโชว์ได้อีกด้วย ข้อเสียของตู้ประเภทนี้คือต้องหมั่นทำความสะอาด และเรียงหนังสือให้เป็นเรียบร้อย เพื่อให้ดูเป็นระเบียบนั่นเอง ส่วนตู้หนังสือแบบบานปิดนั้นจะเป็นตู้หนังสือแบบทึบที่เปิด / ปิดด้วยบานปิดนั่นเอง ตู้หนังสือลักษณะนี้จะช่วยเพิ่มความเป็นระเบียบให้กับบ้านได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงช่วยป้องกันไม่ให้มีฝุ่นมาเกาะที่หนังสือได้อีกด้วย 
  • เลือกจากจำนวนหนังสือ  การเลือกตู้หนังสือเพื่อนำมาใช้งานนั้นจำนวนหนังสือที่มีอยู่คือเรื่องสำคัญที่จำเป็นต้องนำมาพิจารณา เพราะว่าจำนวนหนังสือนั้นจะเป็นตัวกำหนดขนาดของตู้หนังสือนั่นเอง ซึ่งการเลือกตู้หนังสือที่ถูกต้องนั้นต้องเลือกตู้ที่สามารถจัดเก็บหนังสือที่ต้องการได้อย่างเหมาะสม และเป็นระเบียบ รวมไปถึงมีขนาดที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่อีกด้วย 
  • เลือกจากประเภทของวัสดุ  วัสดุที่นำมาทำตู้หนังสือนั้นมีหลากหลายประเภท ซึ่งส่วนมากจะเป็นไม้ประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้จริง หรือไม้อัด แต่ก็มีการนำวัสดุอื่นๆ มาทำเป็นตู้หนังสือเช่น เหล็ก สเตนเลส หรือโลหะผสมประเภทอื่นๆ ซึ่งวัสดุที่เป็นโลหะนั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมมากเท่ากับวัสดุที่ทำมาจากไม้ เนื่องจากมีน้ำหนักที่สูงกว่าไม้ ดูแลรักษายากกว่า ซึ่งตู้หนังสือที่ทำมาจากไม้จริงจะมีความแข็งแรงทนทานโดยธรรมชาติ แต่ก็จะมีน้ำหนักมากกว่าไม้ประเภทอื่น และมีราคาที่สูง ทำให้ตู้หนังสือที่ทำมาจากไม้อัดประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้ MDF ไม้ PB และเคลือบผิวด้วย  Melamine / Foil และ Laminate เพิ่มคุณสมบัติในการทนต่อความชื้น การป้องกันรอยขีดข่วน และเพิ่มความทนทานได้รับความนิยมมากกว่า ดังนั้นการเลือกตู้หนังสือจึงควรเลือกวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทาน รับน้ำหนักได้ดี 
  • เลือกตามรูปแบบของห้อง การตกแต่งห้องนั้นมีหลากหลายรูปแบบตามแต่ความต้องการของแต่ละคน ซึ่งการเลือกตู้หนังสือเพื่อนำมาใช้งานนั้นจำเป็นที่จะต้องมองไปถึงภาพรวมในการตกแต่งห้องด้วย ตู้หนังสือที่ดีนั้นเมื่อนำมาใช้งานแล้วต้องมีความกลมกลืนไปกับการรูปแบบการตกแต่งห้องไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของรูปแบบตู้ สีของตู้

คำถามที่พบบ่อยของตู้หนังสือ

ตู้หนังสือที่ปรับระยะห่างระหว่างชั้นได้นั้นเรียกได้ว่าเป็นตู้หนังสือที่ควรหามาไว้ใช้งาน เนื่องจากตู้หนังสือจะทำให้การจัดเก็บหนังสือมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะว่าหนังสือแต่ละประเภทนั้นมีขนาดที่แตกต่างกัน การเลือกตู้หนังสือที่ไม่สามารถปรับระยะห่างระหว่างชั้นได้นั้นจะทำให้การจัดเก็บหนังสือที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติทำได้ไม่สะดวก แต่ถ้าตู้หนังสือที่เลือกมาใช้งานสามารถปรับระยะห่างระหว่างชั้นได้ก็จะช่วยให้การจัดเก็บหนังสือที่มีขนาดใหญ่ หรือการจักเก็บหนังสือที่มีขนาดแตกต่างกันทำได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

สำหรับบ้าน หรือคอนโดมิเนียมที่มีพื้นที่น้อยนั้น ตู้หนังสือที่ควรเลือกมาใช้งานคือตู้หนังสือทรงสูง และแคบ เนื่องจากตู้หนังสือลักษณะนี้จะจัดเก็บหนังสือไปในทางสูง ช่วยให้การจัดเก็บหนังสือได้เป็นระเบียบโดยไม่เปลืองพื้นที่ภายในบ้าน และควรเลือกตู้หนังสือที่มีสีอ่อน หรือสีขาว เพราะจะช่วยให้พื้นที่ดูกว้างขึ้นอีกด้วย 

หลายๆ คนย่อมทราบดีว่าหนังสือเมื่อรวมกันหลายๆ เล่นแล้วจะมีน้ำหนักที่มากพอสมควร ดังนั้นการเลือกตู้หนังสือเพื่อนำมาใช้งานจึงควรมองในเรื่องการรับน้ำหนักไว้ด้วย ซึ่งตู้หนังสือขนาด 4 ชั้นที่ทำจากไม้อัดประเภทต่างๆ นั้นควรรับน้ำหนักได้อย่างน้อย 30 กิโลกรัม ส่วนตู้หนังสือที่ทำมาจากไม้จริงควรรับน้ำหนักได้อย่างน้อย 60 กิโลกรัม

แหล่งอ้างอิง

http://www.thapra.lib.su.ac.th

https://carit.rmutk.ac.th

Scroll to Top