ครีมรักษาฝ้า

10 สุดยอดครีมรักษาฝ้า ยี่ห้อไหนดี ที่คุณต้องมี ประจำปี 2021

ชีวิตที่ผจญกับมลภาวะในชีวิตประจำวัน ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาผิวหน้า ไม่ว่าจะเป็นผิวหมองคล้ำหรือสิว และอีกหนึ่งปัญหาที่สร้างความกังวลใจคือฝ้า ที่เกิดจากผิวหนังสร้างเม็ดสีออกมามากผิดปกติ ผิวหนังบริเวณที่เป็นฝ้าจะเป็นสีน้ำตาลหรือสีดำที่เข้มกว่าสีผิวเดิมและไม่สามารถจางหายไปได้เอง จึงมีการคิดค้นครีมรักษาฝ้าออกมาเพื่อแก้ปัญหานี้

ลองมาดูกันว่าหากต้องเลือกครีมรักษาฝ้าสักยี่ห้อจะมีแบรนด์ไหนที่น่าสนใจ

1

Yanhee Mela Cream

ครีมรักษาฝ้าจากแบรนด์ยอดนิยม อุดมด้วยสารสกัดจากชะเอม

Yanhee Mela Cream ผสานคุณค่าสารสกัดจากรากชะเอมช่วยให้ผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติและตัวยาสำคัญ Tranexamic acid ที่ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน พร้อมกรดผลไม้ที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผิวเรียบเนียน ลดเลือนริ้วรอยไปในตัว ใช้สำหรับทาก่อนนอนเพราะมีส่วนผสมที่ไวต่อแสงแดด ฝ้า กระและจุดด่างดำจะจางลงอย่างเห็นได้ชัดใน 14 วัน


2

Jula’s Herb Longan Melasma Serum

เซรั่มแบบเจลรักษาฝ้าจากสารสกัดเมล็ดลำไย ราคาจับต้องได้

Jula’s Herb Longan Melasma Serum ลดเลือนรอยฝ้า กระได้ดีด้วยสารสกัดจากเมล็ดลำไย ที่อุดมไปด้วยวิตามิน C, B1, B2มีสารต้านอนุมูลอิสระและมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ในการสร้างเม็ดสีเมลานิน (tyrosinase) ช่วยปรับให้ผิวขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่เกิดอันตราย ผิวเปล่งปลั่งด้วยสารสกัดจากน้ำผึ้งและว่านหางจระเข้เนื้อ เจลใส ซึมง่าย หอมกลิ่นลำไยอ่อน ๆ  


3

Provamed Anti Melasma Overnight Mask

แก้ปัญหาฝ้าได้ตรงจุด พร้อมบำรุงผิวด้วยสารสกัดจากว่านหางจระเข้

Provamed Anti Melasma Overnight Mask บำรุงหน้าด้วยเนื้อเจลสูตรเข้มข้นก่อนเข้านอน ขจัดปัญหาฝ้า กระและจุดด่างดำ ผสาน Tranexamic Acid และ Alpha Arbutin ลดการผลิตเมลานิน ทำให้จุดด่างดำ ฝ้า กระ ดูจางลง พร้อมว่านหางจระเข้ช่วยปลอบประโลมผิว สามารถใช้หลังทำเลเซอร์ได้ ทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังว่าปลอดภัย ปราศจากสี แอลกอฮอลล์ ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันและการระคายเคือง


4

Concept Anti Melasma Cream

ครีมรักษาฝ้าใช้ได้ทั้งกลางวัน กลางคืน

Concept Anti Melasma Cream ผสานสารสำคัญ Alpha-Arbutin 12% และสารสกัดจากถั่วและรากชะเอมช่วยลดเลือนฝ้าและจุดด่างดำอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมวิตามินอีและว่านหางจระเข้ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว สามารถใช้ได้ทุกวันก่อนแต่งหน้า เกลี่ยง่าย ซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่ไวต่อแดด ผิวหน้าไม่บางลง จึงไม่เกิดการแสบหรือระคายเคือง ไม่มีสารปรอทที่เป็นอันตราย รับรองคุณภาพโดยแพทย์ผิวหนังจากสถาบัน SpinControl Asia

5

Vin21 Melasma Extra Care Cream

เวชสำอางเพื่อการตอบโจทย์ปัญหาฝ้าลึกโดยเฉพาะ

Vin21 Melasma Extra Care Cream ผลิตภัณฑ์จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีเนื้อครีมเข้มข้นอัดแน่นด้วยสารบำรุงผิวที่มีประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลเร็ว เนื้อครีมเนียนละเอียด ซึมลงสู่ผิวได้ล้ำลึก ตรงเข้าแก้ปัญหาที่ตำแหน่งเซลล์สร้างเม็ดสีทำให้เห็นผลเร็วและชัดเจน ไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง พร้อมสารสกัดจากใบบัวบก ลดรอยแผลจากสิว และสารสกัดจากชาเขียวลดความมัน

6

KA Expert Anti-Melasma Serum

เข้มข้นด้วยสารสกัดจากแบร์เบอร์รี่ อ่อนโยน เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย

KA Expert Anti-Melasma Serum ครีมทาฝ้าราคาเป็นมิตรแบบเซรั่มเนื้อบางเบา อุดมด้วย Alpha Arbutin ที่สกัดจากผลแบร์เบอร์รี่ (Bearberry) ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี INNO MelanoOff™ เพิ่มประสิทธิภาพการลดเลือนฝ้าที่ตรงจุดมากขึ้น พร้อมเปปไทด์จากธรรมชาติช่วยฟื้นฟูผิวที่เสียจากการรักษาฝ้าแบบผิดวิธี ด้วยนอกจากนี้ยังมีสารสกัดจากว่านหางจระเข้ออร์แกนิค ให้ความชุ่มชื้น ช่วยลดการอักเสบของผิว

7

Melamii Anti-Melasma Perfect White Serum and Spot Corrector

ครีมรักษาฝ้าปลอดภัยสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

Melamii Anti-Melasma Perfect White Serum and Spot Corrector ลดเลือนฝ้าเก่าด้วยเทคโนโลยี Melatein-x นวัตกรรมสารสกัดให้ความขาวกระจ่างใส (whitening) จากเกาหลีให้ประสิทธิภาพสูงกว่าอาร์บูตินถึง 80 เท่า พร้อมสกัดกั้นการเกิดฝ้าใหม่ด้วยสารสกัดสมุนไพรที่ช่วยลดการสร้างเมลานิน พร้อมสารกันแดด SPF 20 และกรดไฮยาลูโรนิคให้ความชุ่มชื้น ผ่านการทดสอบทางการแพทย์และสถาบัน Dermscan Asia ว่าเหมาะกับผิวบอบบางแพ้ง่าย

8

La Vita Anti Melasma Spot Serum

เซรั่มสูตรเข้มข้นช่วยสลายฝ้าถึงต้นกำเนิดใต้ชั้นผิวระดับยีน

La Vita Anti Melasma Spot Serum มาพร้อม 4-Butyl Resorcinol ยับยั้งการทำงานของ Tyrosinase ในการสร้างเม็ดสีเมลานินและ Lepidium Sativum Sprout Extract ที่มีสารสำคัญอย่าง Sulforaphane ช่วยยับยั้งฮอร์โมน MSH ในการสร้างเม็ดสี โดยเฉพาะ จึงสามารถช่วยลดเลือนฝ้าได้ตรงจุด พร้อมสารสกัดจากธรรมชาติอย่างมะขามป้อมมาช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน และใบบัวบกช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ คืนความกระจ่างใสให้ผิวอย่างรวดเร็ว

9

Kiehl’s Clearly Corrective Dark Spot Solution

ครีมรักษาฝ้าฟื้นฟูผิวสูตรเข้มข้นสำหรับกลางคืน

Kiehl’s Clearly Corrective Dark Spot Solution ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอด้วย 3-O-Ethyl Ascorbic Acid หรืออนุพันธ์วิตามิน C ที่ช่วยลดเลือนฝ้า กระ ให้ผิวใส พร้อมสารสกัดจากดอกโบตั๋นปกป้องผิวจากการทำร้ายของแสงแดดและรังสียูวีป้องกันไม่ให้เกิดฝ้าใหม่ ทำงานร่วมกับสารสกัดจากต้น White Birch ให้ความชุ่มชื่นกับผิว ช่วยผิวให้เปล่งปลั่ง เซรั่มเข้มข้นแบบหลอดหยด ใช้สะดวกยิ่งขึ้นในการแต้มเฉพาะจุด

10

Nivea Luminous630 Spotclear Treatment

จัดการจุดด่างดำและฝ้าถึงระดับเซลล์ผิว จากแสงแดดสะสม 10 ปี

Nivea Luminous630 Spotclear Treatment ครีมรักษาฝ้ายอดนิยมที่อุดมด้วย LUMINOUS630 ที่ช่วยจัดการฝ้าแดดที่ต้นเหตุได้จริง ผ่านการวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจากแล็บ Beiersdorf ประเทศเยอรมนี ว่าช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนสสาเหตุการเกิดฝ้า พร้อมฟื้นบำรุงให้ผิวชุ่มชื้นด้วยไฮยาลูรอนและวิตามินอี เนื้อครีมเกลี่ยง่าย ซึมเร็ว ไม่แพ้ ใช้ได้ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน ควรใช้พร้อมผลิตภัณฑ์กันแดด 

วิธีการเลือกซื้อครีมรักษาฝ้า

  • ส่วนผสม ฝ้าเกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีในร่างกายผลิตเม็ดสีที่เรียกว่าเมลานินในปริมาณมากผิดปกติ ทำให้ผิวหนังบริเวณที่เป็นฝ้าเกิดสีคล้ำขึ้นเป็นบริเวณกว้าง ดังนั้นควรเลือกครีมรักษาฝ้าที่มีส่วนผสมในการช่วยยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสี โดยส่วนผสมหลัก ๆ จะเป็นสารสกัดที่ช่วยทำให้ผิวขาวกระจ่างใสเช่น Arbutin, อนุพันธ์วิตามิน C, Niacinamide หรือวิตามิน B3 เป็นต้น นอกจากยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีแล้ว ก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าและกระตุ้นการเกิดเซลล์ผิวใหม่เพื่อให้ฝ้าดูจางลง โดยเลือกส่วนผสมที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น AHA, Retinol หรือกรดผลไม้ต่าง ๆ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงครีมที่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายหรือมีผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่นสารปรอทซึ่งอาจก่อมะเร็ง สารไฮโดรควิโนนที่หากใช้อย่างไม่ถูกวิธี อาจทำให้เกิดจุดด่างขาวที่ผิวหน้า เกิดฝ้าถาวรได้ในที่สุด และสารสเตียรอยด์ (Steroid) ที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง เกิดรอยแตกบนผิวหนัง ทำให้เกิดอาการด่างขาวถาวร ซึ่งรักษาให้หายขาดยากมาก
  • สภาพผิว สภาพผิวหน้าและปัญหาฝ้าของแต่ละคนล้วนมีความแตกต่างเฉพาะบุคคล เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดควรเลือกครีมทาฝ้าให้ตรงกับสภาพผิวที่ใช้ง่าย ไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกเหนียวหรือหนักหน้า 
    • ผิวมัน: เลือกครีมรักษาฝ้าเนื้อเหลวใส เช่นเซรั่ม หรือเจลเพื่อให้ซึมซาบได้ดี ไม่ทิ้งคราบ หรือความมันบนใบหน้า มีสารสกัดที่ช่วยลดความมันบนใบหน้า เช่นชาเขียว
    • ผิวแห้ง: เลือกครีมทาฝ้าที่มีลักษณะเป็นครีมที่มีความเข้มข้น ที่มีส่วนผสมให้ของสารให้ความชุ่มชื้นเพิ่มเติม เช่น กรดไฮยาลูรอนิค

คำถามที่พบบ่อยของครีมรักษาฝ้า

ฝ้า (Melasma) เกิดจากการที่ผิวหน้าได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดดเข้าไปกระตุ้นเอนไซม์ไทโรซิเนสให้ผลิตเม็ดสีเมลานิน (Melanin pigment) มากขึ้น เมื่อผิวหน้าได้รับแสงแดดต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะเกิดการผลิตเม็ดสีเมลานินสะสมเป็นจำนวนมากใต้ชั้นผิว เกิดการเปลี่ยนแปลงของสีผิวเป็นสีดำอมน้ำตาล หากไม่รักษาและปล่อยทิ้งไว้ก็จะกลายเป็นฝ้าฝังลึกในที่สุด นอกจากนี้ฝ้ายังเกิดขึ้นจากความผันผวนของฮอร์โมนเอสโทรเจนและโพรเจสเทอโรนที่ไม่สมดุลเช่น ฝ้าที่เกิดในช่วงตั้งครรภ์ การทานยาคุมกำเนิดและช่วงมีประจำเดือน

ฝ้าที่พบทั่วไปมีสามชนิด

  • ฝ้าตื้น (Epidermal) มีสีน้ำตาลเข้ม เม็ดสีจะเกิดขึ้นบริเวณชั้นผิวหนังกำพร้าภายนอกเท่านั้น ครีมรักษาฝ้าจะสามารถทำให้ฝ้าแบบนี้ดูจางลงอย่างมีประสิทธิภาพ 
  • ฝ้าลึก (Dermal) มีลักษณะเป็นสีน้ำตาลอ่อนหรือสีเทาอมน้ำเงินที่เกิดลึกลงไปถึงระดับชั้นหนังแท้ ประกอบด้วยเม็ดสีที่มีความเข้มมากกว่าฝ้าตื้น การรักษาทำได้ยากกว่า การใช้ครีมรักษาฝ้าจะช่วยให้ฝ้าดูจางลงเท่านั้น แต่ไม่หายขาด ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญ 
  • ฝ้าผสม (Mix) คือการรวมกันของฝ้าสีน้ำตาลเข้มและสีเทาอมน้ำเงิน ควรรักษาด้วยการใช้ครีมรักษาฝ้าและพบผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังไปพร้อมๆกัน

ฝ้าเลือดหรือฝ้าเส้นเลือดเกิดจากการเพิ่ม ขยายตัวหรือเสื่อมสภาพของเส้นเลือดฝอยในชั้นหนังแท้ ทำให้เห็นรอยเส้นเลือดแตกแขนงที่ใบหน้า หากเส้นเลือดฝอยแตกจะมีจุดเลือดที่ชั้นผิวทำให้เห็นเป็นรอยสีชมพู หรือสีน้ำตาลแดง ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้เครื่องสำอางทำให้ผิวขาวที่มีสารปรอทและไฮโดรควิโนนที่ไม่ได้มาตรฐาน

ควรหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดการผลิตเม็ดสีใต้ผิวหนัง ซึ่งตัวการสำคัญอย่างหนึ่งคือแสงแดด โดยเฉพาะแดดแรงช่วง 10.00-14.00 น. หากหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแดดไม่ได้ควรปฏิบัติตามข้อแนะนำดังนี้

  • ใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดทุกวัน ควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกวัน แม้แต่วันที่ฟ้าครึ้ม แดดร่มเพราะรังสีอัลตราไวโอเลตยังคงอยู่ ควรทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง ขณะว่ายน้ำหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง และเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF30 ขึ้นไปที่มีประสิทธิภาพป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB ควรเลือกสารกันแดดที่มีไทเทเนียมไดออกไซด์หรือซิงค์ออกไซด์ที่ช่วยสะท้อนรังสี UV ได้ดียิ่งขึ้น
  • สวมหมวกและเสื้อแขนยาวเมื่อต้องออกแดด เมื่อออกกำลังกายกลางแจ้งเช่นเล่นกอล์ฟ หรือเทนนิสควรสวมหมวกสำหรับกีฬารวมถึงปลอกแขน นอกจากนี้ควรสวมแว่นกันแดดเพื่อปกป้องผิวบอบบางรอบดวงตา หลีกเลี่ยงแว่นกันแดดกรอบโลหะเพราะจะดึงดูดความร้อน ซึ่งอาจจะกระตุ้นการเกิดฝ้าเพิ่มขึ้น
Scroll to Top