ครีมกันแดด

10 สุดยอด ครีมกันแดด ยี่ห้อไหนดีที่คุณต้องมี ประจำปี 2021

ครีมกันแดดถือเป็นหนึ่งในสิ่งจำเป็นที่สายกิจกรรมกลางแจ้งต้องมี เพื่อปกป้องผิวหนังจากแสงแดด ครีมกันแดดช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาผิวไหม้แดด ความหมองคล้ำหรือฝ้าที่แก้ไขได้ยาก นอกจากนี้การเผชิญกับแดดในช่วงเวลากลางวันก็เสี่ยงต่อการได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตที่ทำร้ายผิวหนัง ทำให้ผิวสูญเสียคอลลาเจน ไหม้อักเสบและอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง

ลองมาดูกันว่าหากต้องเลือกครีมกันแดดสักอันจะมีแบรนด์ไหนที่น่าสนใจ

1

SpectraBan SPF50+ /PA+++

ครีมกันแดดสำหรับคนเป็นสิวง่าย ป้องกันแสงแดดได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย

SpectraBan SPF50+ /PA+++ ช่วยปกป้องผิวหน้าและผิวกายจากแสงแดดและรังสี UVA และ UVB อย่างอ่อนโยนด้วย Microfine Zinc Oxide 9.8% และ Dimethicone พร้อมวิตามินอีช่วยบำรุงผิว ชะลอการเกิดริ้วรอย และป้องกันการเกิดจุดด่างดำ ปราศจากน้ำหอมและสารที่ทำให้ระคายเคือง เนื้อครีมบางเบา ซึมซาบเร็ว ไม่ทิ้งคราบขาว กันน้ำ กันเหงื่อ เหมาะมากสำหรับผิวแพ้ง่ายและมีแนวโน้มเป็นสิวง่าย


2

Bioré UV Aqua Rich Watery Essence SPF 50+/PA+++

กันแดดเนื้อบางเบา ทาทับเมคอัพได้หลังแต่งหน้า

Bioré UV Aqua Rich Watery Essence SPF 50+/PA+++ กันแดดสูตรน้ำ บางเบาพิเศษ ป้องกันการเกิดผิวหมองคล้ำ พร้อมปกป้องชั้นคอลลาเจนด้วย PA+++ บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วยกรดไฮยาลูโรนิคและสารสกัดจากนมผึ้ง และเก็บกักน้ำหล่อเลี้ยงให้ผิวด้วยสารสกัดจากเกรปฟรุ๊ต ส้มและเลมอน กันน้ำ กันเหงื่ออย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการทดสอบว่าไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง


3

ANESSA Perfect UV Sunscreen Skincare Gel

กันแดดสูตรน้ำนม ปกป้องผิวจากแสงแดดได้นาน 8 ชั่วโมง

ANESSA Perfect UV Sunscreen Skincare Gel ครีมกันแดดยอดนิยมจากญี่ปุ่น ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ปราศจากสีและสารที่เป็นอันตรายต่อผิว มาพร้อมเทคโนโลยี Aqua Booster EX เพิ่มการปกป้องให้ดียิ่งขึ้นเมื่อโดนความชื้น เหงื่อ หรือน้ำ สามารถปกป้องผิวจากแสงแดดได้ถึง 8 ชั่วโมง พร้อมการฟื้นบำรุงจาก Super Hyaluronic Acid และสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น ดอกซากุระ ดอกกุหลาบ ชาเขียว และว่านหางจระเข้


4

MizuMi UV Water Serum SPF50+ PA++++

ครีมกันแดดปราศจากเคมี ปลอดภัยสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

Mizumi UV Water Serum SPF50+ PA++++ ครีมกันแดดสูตรน้ำเบา เกลี่ยได้ง่าย เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายและผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย ที่สำคัญคนท้องสามารถใช้ได้ ปราศจากน้ำหอม สีสังเคราะห์ พาราเบน น้ำมันและแอลกอฮอลล์ ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ล้างออกง่าย ไม่ทำให้รูขุมขนอุดตัน แต่ไม่กันน้ำจึงไม่เหมาะการใช้ขณะเล่นกีฬาทางน้ำ

5

Banana Boat Ultra Protect Sunscreen Lotion SPF50 PA+++

กันแดดผสมว่านหางจระเข้ ราคาเป็นมิตร

Banana Boat Ultra Protect Sunscreen Lotion SPF50 PA+++ ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ช่วยป้องกันอาการผิวไหม้ และการเสื่อมสภาพของคอลลาเจนใต้ชั้นผิว เนื้อบางเบาซึมเร็ว ไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ มีวิตามินซีและอี ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น มีคุณสมบัติในการกันน้ำ กันเหงื่อ ดีเยี่ยม ว่านหางจระเข้ช่วยลดอาการแสบร้อน ให้ผิวรู้สึกเย็นสบายหลังจากโดนแสงแดดเป็นเวลานาน

6

Hawaiian Style Sunblock Lotion SPF 50

โลชั่นกันแดดสำหรับผิวหน้าและผิวกาย สำหรับสาวเอเชีย 

Hawaiian Style Sunblock Lotion SPF 50 เหมาะกับสายกิจกรรมกลางแจ้ง ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ป้องกันผิวไหม้จากแสงแดด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเจอแดดแรงเป็นเวลานานและไม่ต้องการให้สีผิวเปลี่ยน ไม่มีส่วนผสมของ PABA ที่ก่อให้เกิดความระคายเคืองสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย พร้อมส่วนผสมของสารสกัดจากว่านหางจระเข้ธรรมชาติ ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นของผิวและทำให้ผิวเนียนนุ่ม

7

SUPERGOOP! PLAY Everyday Lotion SPF 50 with Sunflower Extract

กันแดดผสมสารสกัดจากดอกทานตะวัน 

SUPERGOOP! PLAY Everyday Lotion SPF 50 with Sunflower Extract ครีมกันแดดเนื้อบางเบา ให้ความสบายผิวหน้า เกลี่ยง่าย ช่วยป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB ปกป้องผิวจากอาการไหม้ และริ้วรอยจุดด่างดำ มอบความชุ่มชื้นให้ผิวแต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ พร้อมส่วนผสมจากสารสกัดจากใบโหระพา มะนาวและกุหลาบ มอบกลิ่นหอมสดชื่นและช่วยบำรุงผิว กันน้ำกันเหงื่อเหมาะสำหรับการเล่นกีฬาหรือว่ายน้ำ

8

La Roche-Posay Anthelios XL Dry Touch Gel-Cream SPF 50+

ครีมกันแดดแบบเจลบางเบาสำหรับผิวหน้า 

La Roche-Posay Anthelios XL Dry Touch Gel-Cream SPF 50+ ครีมกันแดดสูตรกันน้ำที่ให้สัมผัสเบาสบาย เหมาะสำหรับผิวมัน เป็นสิวง่าย เนื้อบางเบา ปราศจากคราบขาวขณะทา ช่วยควบคุมความมันและปกป้องผิวจากรังสี UVA, UVB, อินฟราเรด และมลภาวะอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากการเกิดฝ้าหากผิวไวต่อแดด ปราศจากสารที่ทำให้ระคายเคือง ผ่านการทดสอบว่าเหมาะสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย

9

Passun reef-safe sunscreen lotion SPF50, PA+++

ครีมกันแดดสำหรับสายรักธรรมชาติและท้องทะเล เป็นมิตรต่อปะการัง

Passun reef-safe sunscreen lotion SPF50, PA+++ ครีมกันแดดผลิตจาก Non-Nano Zinc Oxide และ Non-Nano Titanium Dioxide สำหรับผิวหน้าและผิวกาย เนื้อบางเบาไม่เหนียวเหนอะหนะ ไร้สารเคมีที่เป็นอันตรายกับผิวหนังบอบบางและสิ่งแวดล้อม กันน้ำได้ดีเยี่ยมจึงเหมาะกับกีฬาทางน้ำเป็นพิเศษ ไม่ก่อให้เกิดอาการแสบตาเมื่อใบหน้าเปียกน้ำ ช่วยลดผื่นแดงและบรรเทาอาการร้อนแสบผิวหลังจากโดนแดดแรง ๆ เป็นเวลานานได้

10

Rereef Reef-Safe Sunscreen SPF50 PA+++

ครีมกันแดดแบรนด์ไทยที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม

Rereef Reef-Safe Sunscreen SPF50 PA+++ ครีมกันแดดแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่ผลิตภายใต้คำแนะนำด้านวิชาการจากนักวิจัยด้านสารพิษและปะการังในสหรัฐอเมริกา ปราศจากสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผิวหนังและปะการัง ด้วยส่วนผสม Zinc Oxide เป็นผสานพลังกับ Titanium Dioxide ป้องกันแสงแดดอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง พร้อมสารบำรุงผิวเช่นน้ำมันโจโจ้บา วิตามินบี 3 วิตามินอี และว่านหางจระเข้ ให้ผิวชุ่มชื้นไม่หมองคล้ำ ไม่แห้งกร้าน

วิธีการเลือกซื้อครีมกันแดด

  • ความสามารถในการกันแดด SPF และ PA การเลือกครีมกันแดดควรตรวจสอบค่า SPF หรือ (Sunburn  Protection  Factor)  ซึ่งเป็นค่าที่บอกความสามารถในการปกป้องผิวหนังจากการไหม้ซึ่งเกิดจากรังสี UVB ค่า SPF 15 ดูดซับรังสี UVB ได้ 93% และค่า SPF 50 ดูดซับรังสี UVB ได้ 98% ค่า SPF สูงจะทําให้ออกแดดได้นานขึ้นก่อนเกิดอาการผิวไหม้ นอกจากนี้ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า PA (Protection Grade for UV-A) เพื่อป้องกันแสงแดดเข้าทำลายเซลล์ผิว ต้นเหตุของผิวเหี่ยวย่น และมะเร็งผิวหนัง โดยเลือก สารกันแดดที่มีค่า PA+ สำหรับกิจกรรมปกติ และเลือกค่า PA ++++ สำหรับวันที่ต้องออกแดดเพื่อทำกิจกรรมกลางแจ้งทั้งวัน
  • ประเภทของครีมกันแดด ครีมกันแดดแบ่งออกเป็นสองประเภทตามกลไกการป้องกันแสงแดด ซึ่งมีข้อเด่นต่างกันดังนี้
  • สารกันแดดแบบใช้สารเคมี (Chemical Absorbers) มีกลไกการทำงานโดยการใช้ส่วนผสมของสารเคมีเช่น  Benzophenone-3 (Oxybenzone) ทำหน้าที่ดูดซึมรังสี UV ก่อนเข้าสู่ผิว ครีมกันแดดชนิดนี้มากจะมีค่า SPF มากกว่าสามารถปกป้องผิวหนังจากรังสี UV ได้มากขึ้น กระจายตัวได้ดี ซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย แต่ควรทาทิ้งไว้อย่างน้อย 20 นาทีก่อนออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อประสิทธิภาพการปกป้องสูงสุด
  • สารกันแดดแบบกายภาพ (Physical Blockers) มีกลไกการทำงานโดยใช้สารเคมีเช่น zinc oxide และ titanium oxide จากสินแร่ธรรมชาติ ช่วยสะท้อนรังสี UV จากแสงแดดไม่ให้เข้าไปทำลายผิวหนัง สารกันแดดแบบนี้จะมีเนื้อครีมที่ข้นที่อาจทิ้งคราบขาวไว้บนผิว ซึมซาบสู่ผิวหนังได้ยากกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายเพราะไม่ทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีบนผิวหนัง ลดอาการแพ้ นอกจากนี้ยังออกแดดได้ทันทีหลังทาด้วย
  • สารกันแดดแบบ Hybrid (Organic Particulates) เป็นสารกันแดดที่ทำหน้าที่ทั้งสะท้อนและดูดซับรังสี UVA และ UVB ได้ โดยใช้สารกันแดดประเภท Bis-Benzotriazolyl Tetramethylbutylphenol หรือ Tinosorb®
  • สภาพผิว การเลือกครีมกันแดดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวซึ่งมีความแตกต่างเฉพาะบุคคล โดยมีวิธีการเลือกดังนี้  
    • ผิวมัน ควรเลือกครีมกันแดดเนื้อเจล หรือสเปรย์ที่ซึมซาบง่ายไม่เหนอะหนะ ควรหลีกเลี่ยงครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพราะจะทำให้เกิดความมันบนใบหน้ามากขึ้น ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสาร Titanium Dioxide และ Zinc Oxide เพราะไม่กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยากับผิวแพ้ง่ายหรือผิวที่เป็นสิว
    • ผิวแห้ง ควรเลือกใช้ครีมกันแดดเนื้อครีมข้นเพื่อช่วยเก็บกักน้ำใต้ผิวหนังและเพิ่มความชุ่มชื้นได้ยาวนานยิ่งขึ้น อาจเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเซราไมด์เพื่อช่วยบำรุงผิวให้ดีขึ้นไปอีกระดับ และควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพราะจะทำให้ผิวแห้งมากขึ้น 
    • ผิวแพ้ง่าย ควรเลือกครีมกันแดดเนื้อเจลหรือโลชั่นที่ใช้ส่วนผสมจาก Titanium Dioxide และ Zinc Oxide เพราะมักไม่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้  ไม่ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงเกินความจำเป็นเพราะมักจะมีสารเคมีผสมในปริมาณมาก นอกจากนี้ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารระคายเคือง เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือครีมกันแดดที่ออกแบบสำหรับผิวบอบบางโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อยของครีมกันแดด

รังสี UVA เข้าทำลายชั้นหนังแท้ทำให้ผิวเกิดจุดด่างดำ มีริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร และอาจเกิดความเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนัง ส่วนรังสี UVB ทำให้ผิวไหม้แดด หมองคล้ำ หรือเกิดปัญหาฝ้า กระ ดังนั้นในการเลือกครีมกันแดดควรเลือกที่มีทั้งค่า SPF และ PA เพื่อประสิทธิภาพการปกป้องผิวที่ครอบคลุม

ควรเลือกครีมกันแดดหรือโลชั่นกันแดดกันน้ำ (water resistant) มีพลาสติกเป็นส่วนผสมที่จะสร้างแผ่นฟิล์มบาง ๆ เคลือบสารกันแดดให้ติดแน่นบนผิวหนัง และชะลอระยะเวลาที่ครีมกันแดดละลายไปกับน้ำ อย่างไรก็ตามเมื่อทำกิจกรรมทางน้ำควรทาครีมกันแดดใหม่อย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง เพื่อคงประสิทธิภาพการปกป้องผิวจากแสงแดด

โดยส่วนใหญ่ครีมกันแดดจะมีอายุประมาณ 3 ปีก็จะเสื่อมประสิทธิภาพ ควรตรวจสอบวันหมดอายุที่ข้างขวดก่อนใช้ทุกครั้งเพื่อป้องกันอันตรายจากผิวไหม้หากครีมกันแดดเสื่อมประสิทธิภาพ

ผู้ที่ทำกิจกรรมทางน้ำบ่อย ๆ ควรหลีกเลี่ยงครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารเคมี Oxybenzone หรือ BP3 และ Octinoxate เพราะสารเคมีสองชนิดนี้มีการวิจัยว่าสามารถรบกวนระบบสืบพันธุ์ของปะการัง ทำให้ตัวอ่อนของปะการังเติบโตแบบผิดปกติ หรือตายและเป็นสาเหตุของการเกิดภาวะปะการังฟอกขาวได้ ควรเลือกใช้สารกันแดดจากธรรมชาติเช่น Titanium Dioxide และ Zinc Oxide แทน

แหล่งอ้างอิง

http://www.chemtrack.org

https://www.ncbi.nlm.nih.gov

http://tujournals.tu.ac.th

http://anti-aging.mfu.ac.th

Scroll to Top